เกาหลีเหนือ พร้อมยิงขีปนาวุธโจมตีเกาะกวมภายในกลาง ส.ค.นี้

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
เกาะกวม

เกาหลีเหนือระบุว่า พร้อมจะยิงขีปนาวุธ 4 ลูก ใส่เป้าหมายที่อยู่ใกล้เกาะกวมได้ภายในกลางเดือน ส.ค.นี้ ท่ามกลางสงครามวาทะกับรัฐบาลสหรัฐฯ ที่รุนแรงขึ้น

สื่อของรัฐบาลเกาหลีเหนือรายงานว่า หากแผนนี้ได้รับการอนุมัติจากนายคิม จอง อึน จรวดฮวาซอง-12 จะบินข้ามญี่ปุ่นไปตกในทะเล ประมาณ 30 กิโลเมตรห่างจากเกาะกวม รวมถึงปฏิเสธคำเตือนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่บอกว่าเกาหลีเหนือจะต้องเผิญกับ "ไฟและความพิโรธโกรธเกรี้ยว" โดยเรียกผู้นำสหรัฐฯ ว่า "ไร้ซึ่งเหตุผล"

Image copyright AFP

ก่อนหน้านี้ พลเอกเจมส์ แมททิส รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐฯ กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นในสงครามใดก็ตาม รัฐบาลเกาหลีเหนือจะไม่สามารถเทียบเท่าสหรัฐฯ และพันธมิตรได้ และการใช้กำลังทางทหาร อาจหมายถึงการสิ้นสุดระบอบการปกครองของเกาหลีเหนือ

เมื่อวันพุธ (9 ส.ค.) ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือประกาศว่ากำลังวางแผนจะโจมตีเกาะกวม ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐฯ ที่มีเครื่องบินทิ้งระเบิด และมีประชากรประมาณ 163,000 คน ก่อนที่จะออกแถลงการณ์ฉบับต่อมา ว่ากองทัพเกาหลีเหนือจะดำเนินการตามแผนนี้ภายในกลางเดือน ส.ค. และได้ยื่นเรื่องขออนุมัติจากนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือแล้ว

Image copyright REUTERS

สำนักข่าวเคซีเอ็นเอ ของทางการเกาหลีเหนือ รายงานอ้างคำพูดของพลเอกคิม รัก กยอม ผู้บัญชาการทหารบกว่า "ขีปนาวุธฮวาซอง-12 จะถูกยิงขึ้นโดยกองทัพประชาชนเกาหลี จะบินข้ามเมืองชิมาเนะ ฮิโรชิมา และโคอิจิ เป็นระยะทาง 3,356.7 กิโลเมตร ภายในเวลา 1,065 วินาที และตกลงสู่ทะเลห่างจากเกาะกวมประมาณ 30-40 กิโลเมตร"

นอกจากนี้ ก็ระบุถึงผู้นำสหรัฐฯ ว่า "เป็นไปไม่ได้ที่จะใช้วิธีหารืออย่างมีเหตุผล กับคนที่ไม่มีเหตุผล และต้องใช้กำลังเท่านั้นถึงจะได้ผลกับชายคนนี้"

คำบรรยายภาพ แผนภาพแสดงพิสัยขีปนาวุธเกาหลีเหนือ

ท่ามกลางการข่มขู่ที่รุนแรงขึ้น พลเอกแมททิส ได้ออกแถลงการณ์ที่ใช้ถ้อยคำแข็งกร้าวเมื่อวันพุธ (9 ส.ค.) เรียกร้องให้เกาหลีเหนือระงับโครงการอาวุธ โดยระบุว่า "สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี ต้องเลือกที่จะยุติการโดดเดี่ยวตัวเอง และล้มเลิกเป้าหมายการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์"

"ในขณะที่กระทรวงการต่างประเทศกำลังใช้ความพยายามทุกวิถีทาง เพื่อคลี่คลายความเสี่ยงระดับโลกนี้ด้วยการทูต ก็ขอเน้นย้ำข้อสังเกตไว้ด้วยว่า ขณะนี้กองกำลังของพันธมิตรมีศักยภาพในการตอบโต้และการโจมตีที่แม่นยำ มีความพร้อม และแข็งแกร่งที่สุดในโลก"

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ กวมเป็นที่ตั้งทางทหารที่สำคัญของสหรัฐฯ โดยมีฐานทัพอากาศแอนเดอร์เซนเป็นกำลังหลัก

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอยู่ระหว่างพักร้อนที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ ได้ทวีตข้อความว่า คลังอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ "มีศักยภาพรุนแรงมากกว่าที่เป็นมา"

ขณะเดียวกัน นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้พยายามให้ความมั่นใจกับชาวอเมริกันว่า เกาหลีเหนือไม่ใช่ภัยคุกคามที่จวนตัว โดยกล่าวที่เกาะกวมว่า เขายังมีความหวังกับ "การกดดันในระดับสากล" ที่มีรัสเซียและจีนเข้าร่วม เพื่อให้เกาหลีเหนือหันมาเจรจากันใหม่

นายทิลเลอร์สัน ระบุด้วยว่า สถานการณ์ในช่วงไม่กี่วันมานี้ ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมาก และชาวอเมริกัน "ยังสามารถนอนหลับสนิทได้" ส่วนรัฐบาลจีน ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความสุขุมและเรียกสถานการณ์นี้ว่า "ซับซ้อนและอ่อนไหว"

อย่างไรก็ตาม แม้สหประชาชาติจะอนุมัติมาตรการคว่ำบาตรมาหลายครั้ง แต่เกาหลีเหนือก็ยังทดสอบนิวเคลียร์ 2 ครั้งเมื่อปีที่แล้ว และทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปอีก 2 ครั้งในเดือน ก.ค.ปีนี้

เมื่อวันอังคาร (8 ส.ค.) ที่ผ่านมา มีรายงานข่าวจากสื่อสหรัฐฯ ระบุว่า เกาหลีเหนือบรรลุเป้าหมายการพัฒนาหัวรบขนาดเล็กพอที่จะติดตั้งบนขีปนาวุธได้แล้ว แต่นักวิเคราะห์หลายคน ก็ยังไม่เชื่อว่าเกาหลีเหนือจะเปิดการโจมตีสหรัฐฯ ก่อน ซึ่งเท่ากับการฆ่าตัวตาย

ทุกวันนี้ ในเชิงเทคนิคแล้วเกาหลีเหนือยังคงอยู่ในสภาวะสงครามกับสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ หลังจากความขัดแย้งในคาบสมุทรเกาหลีเมื่อปี 1950-1953 ยุติลงด้วยข้อตกลงหยุดยิง

Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ เกาะกวม ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ระหว่างฟิลิปปินส์และฮาวาย เป็นดินแดนที่อยู่ภายใต้อำนาจของรัฐบาลสหรัฐฯ แต่ไม่นับเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ

ทำไมเกาะกวมจึงสำคัญ

เกาะกวม มีขนาด 541 ตร.กม. ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก พิกัดระหว่างฟิลิปปินส์และเกาะฮาวาย มีสภาพภูมิประเทศเต็มไปด้วยภูเขาไฟและปะการัง จำนวนประชากรประมาณ 163,000 คน และเป็นดินแดนที่อยู่ภายใต้อำนาจของรัฐบาลสหรัฐฯ แต่ไม่นับเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ โดยผู้ที่เกิดบนเกาะกวมจะถือสัญชาติสหรัฐฯ มีผู้ว่าการ และมีตัวแทนในรัฐสภา แต่ไม่มีสิทธิลงคะแนนเลือกประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ฐานทัพสหรัฐฯ คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 1 ใน 4 ของเกาะ ขณะนี้มีกำลังพลประจำการประมาณ 6,000 คน และกำลังมีแผนจะส่งทหารอีกหลายพันคนเข้าไปเสริม

สหรัฐฯ เคยใช้เกาะนี้เป็นฐานทัพสำคัญในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และทุกวันนี้ ก็ยังคงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ เนื่องจากอยู่ใกล้บริเวณที่อาจมีข้อพิพาท เช่น ทะเลจีนใต้ คาบสมุทรเกาหลี และช่องแคบไต้หวัน