ปัญหาคาบสมุทรเกาหลี เกี่ยวอะไรกับเค-ป็อป และการ์ตูน

เกิร์ลส์เจเนอเรชั่น เป็นหนึ่งในวงเค-ป็อปที่โด่งดังที่สุด จะร่วมแสดงในคอนเสิร์ตปีนี้ Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เกิร์ลส์เจเนอเรชั่น เป็นหนึ่งในวงเค-ป็อปที่โด่งดังที่สุด จะร่วมแสดงในคอนเสิร์ตปีนี้

ท่ามกลางความตึงเครียดที่เกิดขึ้นบนคาบสมุทรเกาหลีที่ยืดเยื้อมาหลายปี สินค้าทางวัฒนธรรมดูเหมือนจะมีบทบาทสำคัญทางการเมือง อย่างเกาหลีใต้จัดคอนเสิร์ตเค-ป็อปหวังสร้างความสามัคคีระหว่างเกาหลีเหนือและใต้

ส่วนเกาหลีเหนือก็ใช้การ์ตูนเรื่อง "เม่นเจ้าปัญญาผู้เอาชนะเสือ" สอนเยาวชนให้ภูมิใจในชาติตนเองและปลูกฝังค่านิยมต่อต้านชาติตะวันตก

ในเกาหลีใต้ ทุกปีจะมีการจัด "คอนเสิร์ตเพื่อสันติภาพ" ซึ่งเป็นแหล่งรวมศิลปินเค-ป็อปเกาหลีใต้ ที่กำลังเปิดการแสดงในสุดสัปดาห์นี้ บริเวณด้านหน้าเขตปลอดอาวุธ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งชายแดนเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้

คอนเสิร์ตดังกล่าวจัดขึ้นในช่วงเวลาที่คาบสมุทรเกาหลีตกอยู่ท่ามกลางความตึงเครียดมากที่สุดในรอบหลายปี กับคำขู่ของเกาหลีเหนือที่จะยิงขีปนาวุธไปทางเกาะกวม ขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่ว่าพร้อมจะตอบโต้ด้วย "ไฟและความพิโรธโกรธเกรี้ยวแบบที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน"

รูปแบบของคอนเสิร์ตเป็นอย่างไรบ้าง

โดยรวมแล้วมี 2 งานหลัก - งานแรกซึ่งมักจะได้รับความนิยมมากกว่า คือการแสดงคอนเสิร์ตของวง เค-ป็อป ชื่อดังในวันนี้ (12 ส.ค.) ตามด้วยคอนเสิร์ตเพลงคลาสสิกในวันพรุ่งนี้ (13 ส.ค.)

แม้ว่างานนี้จะถูกนำไปโฆษณาว่าเป็น "คอนเสิร์ตเขตปลอดอาวุธ" แต่ที่จริงแล้วไม่ได้จัดภายในเขตปลอดอาวุธ แต่เป็นที่สวนสันติภาพนูรี ในเมืองพาจู ทางเหนือของกรุงโซลของเกาหลีใต้

งานคอนเสิร์ตที่เปิดให้สาธารณชนเข้าชมฟรีนี้ จัดโดยสถานีโทรทัศน์เอ็มบีซี ของเกาหลีใต้ กระทรวงรวมชาติ และหน่วยงานท้องถิ่น และจะได้รับการแพร่ภาพทางโทรทัศน์ทั่วประเทศในภายหลัง

ชื่อของคอนเสิร์ตปีนี้คือ "พูดอีกครั้งว่า สันติภาพ!" หรือ "Again, Peace!" และมีวงเค-ป็อประดับแนวหน้าของเกาหลีใต้อย่าง เกิร์ลส์เจเนอเรชัน และ BTOB ขึ้นเวทีด้วย ทำให้คาดว่าจะมีแฟนๆ นับหมื่นไปร่วมงาน

ทำไมถึงจัดคอนเสิร์ตส่งเสริมสันติภาพ

งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการฉลองวันปลดปล่อยชาติ ซึ่งเป็นวันหยุดราชการของทั้ง 2 ประเทศ และเป็นสัญลักษณ์ที่มีพลังบ่งบอกถึงประวัติศาสตร์ร่วมกันของทั้ง 2 ชาติ แต่ตารางออกอากาศทางโทรทัศน์ กำหนดไว้เป็นวันที่ 15 ส.ค. นี้ ซึ่งตรงกับวันสิ้นสุดการปกครองอาณานิคมของญี่ปุ่นในคาบสมุทรเกาหลี เมื่อปี 1945 และเป็นจุดที่นำไปสู่สงครามเกาหลีในช่วงหลายปีถัดมา ซึ่งจบลงด้วยข้อตกลงหยุดยิง ทำให้ในทางเทคนิคแล้วทั้งสองเกาหลีจึงยังอยู่ในภาวะสงคราม

คอนเสิร์ตที่เปิดแสดงติดต่อกันมาทุกปีนี้ เริ่มมาตั้งแต่ปี 2011 และก่อนหน้านั้น เมื่อปี 2000 เกาหลีใต้ได้เคยพยายามชักจูงให้เกาหลีเหนือร่วมจัดคอนเสิร์ตในกรุงเปียงยางเพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมด้วย แต่แผนถูกล้มเลิกไปเนื่องจากตกลงกันไม่ได้เรื่องงบประมาณ ทั้งที่ผู้จัดงานพยายามวางแนวทางคอนเสิร์ตนี้เอาไว้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความปรองดองระหว่าง 2 ชาติผ่านกิจกรรมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม

Image copyright MBC
คำบรรยายภาพ โปสเตอร์อย่างเป็นทางการของคอนเสิร์ต มีภาพเขตปลอดอาวุธเป็นพื้นหลัง

ผศ.ฮักแจ คิม จากสถาบันเพื่อสันติภาพและการรวมชาติศึกษา มหาวิทยาลัยแห่งชาติกรุงโซล กล่าวว่า รัฐบาลเกาหลีใต้ "ต้องการใช้ประโยชน์จากวัฒนธรรม เค-ป็อป" ในขณะที่การแสดงของศิลปินเกาหลีใต้กำลังได้รับความนิยมไปทั่วเอเชียและทั่วโลก รวมถึงชาวเกาหลีเหนือเองด้วย ที่แม้ชีวิตจะตกอยู่ท่ามกลางการถูกควบคุมที่เข้มงวด แต่ก็ยังมีชาวเกาหลีเหนือจำนวนมากที่เป็นแฟนเพลงของศิลปินเกาหลีใต้ และละครซึ่งมักจะถูกลักลอบนำเข้าประเทศ

เท่าที่ผ่านมา มีชาวเกาหลีเหนือที่แปรพักตร์หลายคน ระบุว่า รายการบันเทิงของเกาหลีใต้ มีส่วนช่วยให้พวกเขาเรียนรู้ความเป็นจริงเกี่ยวกับชีวิตนอกประเทศ

ผศ.คิม กล่าวว่า "นี่ก็เหมือนกับตอนที่เยอรมนี ถูกแบ่งออกเป็นฝั่งตะวันตก กับตะวันออก" ซึ่ง "ประชาชนจากฝั่งตะวันออกของเยอรมนี ต่างอยากมีรูปแบบการใช้ชีวิต และคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเหมือนฝั่งตะวันตก หลังจากได้สัมผัสกับประสบการณ์ผ่านสื่อ"

แม้ว่าเกาหลีเหนือจะไม่ได้มีส่วนร่วมในการจัดงาน และจะไม่มีใครในเกาหลีเหนือได้เห็นหรือรับชมบรรยากาศจากงานนี้เลย แต่หลายฝ่ายมองว่านี่เป็นโอกาสดึงดูดนักท่องเที่ยวไปยังบริเวณดังกล่าว และโอกาสสร้างรายได้จากการถ่ายทอดภาพคอนเสิร์ตทางโทรทัศน์ในเกาหลีใต้

พลังเค-ป็อป

แม้ว่าจะมีการพูดถึงสันติภาพ แต่รัฐบาลเกาหลีใต้ก็ไม่ได้ปฏิเสธถึงการดึงเค-ป็อปมาใช้เป็นอาวุธโฆษณาชวนเชื่อในช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์กำลังไม่ราบรื่น โดยเกาหลีใต้เคยติดตั้งลำโพงยักษ์เพื่อเปิดเพลงป็อป ส่งเสียงข้ามชายแดนไปยังเกาหลีเหนือมาเป็นระยะอยู่แล้ว

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เกาหลีใต้ใช้ลำโพงขนาดใหญ่เปิดเพลงและรายการวิทยุ ส่งเสียงข้ามชายแดน

ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลว่าทางรัฐบาลเกาหลีเหนือมีความเห็นอย่างไรกับการจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ แต่ชัดเจนว่ารัฐบาลเกาหลีเหนือไม่น่าจะใช่แฟนเค-ป็อป เนื่องจากเท่าที่ผ่านมา เคยเรียก "โฆษณาชวนเชื่อผ่านวัฒนธรรมป็อป" ว่าเป็นส่วนหนึ่งของสงคราม

ผศ.คิม กล่าวว่า "รัฐบาลเกาหลีเหนือ พยายามจะปิดกั้นโลกภายนอกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และไม่ต้องการให้ชาวเกาหลีเหนือ สนใจสังคมเกาหลีใต้"

การ์ตูนสะท้อนมุมมอง

สำหรับฝากฝั่งเกาหลีเหนือนอกจากจะพยายามปิดกั้นวัฒนธรรมจากเกาหลีใต้และภายนอกประเทศแล้ว เกาหลีเหนือยังกำลังพยายามปลูกฝังค่านิยมต่อต้านชาติตะวันตกในหมู่เยาวชนของตน ผ่านการ์ตูนผองเพื่อนในป่าใหญ่ด้วย

Image copyright KOREA CENTRAL TV
คำบรรยายภาพ เม่นเจ้าปัญญา สอนบทเรียนให้กับเสือสีส้มตัวโต

สำหรับคนภายนอก การ์ตูนเกาหลีเหนือเรื่อง "เม่นเจ้าปัญญาผู้เอาชนะเสือ" ดูเหมือนกับเรื่องราวธรรมดาของเม่นตัวน้อยที่พยายามใช้ความฉลาดเอาชนะเสือที่มีนิสัยเกเร แต่ในโลกแห่งความน่าพิศวงของสื่อเกาหลีเหนือ นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะดูเหมือนจะมีการสอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลเกาหลีเหนือและสหรัฐฯ ไปด้วย

Image copyright KOREA CENTRAL TV
คำบรรยายภาพ พระเอกของเรา! เม่นได้รับเหรียญจากกระต่ายซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกผองเพื่อน

การ์ตูนเรื่องนี้นำเค้าโครงเดิมมาจากนิทานพื้นบ้าน มีตัวละครเป็นผองเพื่อนสัตว์ป่า นำโดยกระต่ายที่สวมปลอกแขนสีแดง โดยทั้งหมดต้องเผชิญกับเสือที่มีนิสัยหยิ่งผยอง และชอบรังแกกลุ่มเพื่อนตัวเล็กๆ แต่สุดท้ายก็โดนเม่นตัวน้อยสอนบทเรียน ด้วยการม้วนตัวเพื่อป้องกันตัวเอง และสลัดขนใส่จมูกเสือจนชนะ และพอเสือหนีไป เพื่อนสัตว์ป่าที่ก่อนหน้านี้ดูมีท่าทีเหมือนจะจำใจเป็นพวกเดียวกับเสือ ก็หันมาชื่นชมเม่นที่กล้าหาญและฉลาดอย่างมีชั้นเชิง

ใครคือเสือสีส้ม?

การ์ตูนเรื่องนี้ อาจจะไม่ได้รับความสนใจจากชาวโลกเลย หากสำนักข่าวเคซีเอ็นเอของทางการเกาหลีเหนือไม่ตีพิมพ์บทความยกย่อง ซึ่งเสือตัวสีส้มอาจจะเป็นสหรัฐฯ ส่วนสัตว์ตัวอื่นๆ เป็นมิตรประเทศทั่วโลก และเม่นที่กล้าหาญ แต่อันตราย เป็นเกาหลีเหนือ

Image copyright KOREA CENTRAL TV
คำบรรยายภาพ ทุกคนเป็นเพื่อนกับเม่น หลังเอาชนะเสือที่มีนิสัยจองหอง

ภายในบทความที่พาดหัวว่า "สหรัฐฯ ควรอดกลั้นความคุ้มคลั่ง" มีคำให้สัมภาษณ์ของนายคิม จอง ซัน คนงานจากศูนย์พลังงานความร้อนพุกชาง ที่กล่าวกับสำนักข่าวเคซีเอ็นเอว่า ความเขลาของอเมริกาในขณะนี้ "ทำให้นึกถึงนิทานเรือง 'เม่นเจ้าปัญญาผู้เอาชนะเสือ'... พอได้ดูแล้วทำให้รู้สึกภูมิใจในอำนาจที่ซ่อนอยู่ของประเทศของผม"

ที่ผ่านมา มีข่าวว่านายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ได้ส่งเสริมให้สตูดิโอในประเทศจัดทำรายการโทรทัศน์สำหรับเด็ก เพื่อปรับปรุงคุณภาพและสร้างสรรค์เนื้อหาให้สื่อถึงเยาวชนได้ใกล้ชิดขึ้น ซึ่งการ์ตูนเรื่อง 'เม่นเจ้าปัญญาผู้เอาชนะเสือ' น่าจะเป็นผลมาจากคำแนะนำของผู้นำเกาหลีเหนือ

Image copyright KOREA CENTRAL TV
คำบรรยายภาพ เด็กชาวเกาหลีเหนือ ชอบคุณปู่เล่านิทาน ซึ่งเป็นนักแสดงที่ติดเคราปลอม

ส่วนอีกสิ่งหนึ่งตัวละครที่ยังปรากฎอยู่ในโทรทัศน์ทางการเกาหลีเหนือมานานแล้ว คือคุณปู่เล่านิทาน ซึ่งถือว่ามีไม่บ่อยนักที่ผู้ชมจะได้เห็นคนไว้หนวดเคราในสื่อเกาหลีเหนือที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง