ทรัมป์ประณามทั้งฝ่ายซ้าย-ขวา ก่อเหตุเมืองชาร์ล็อตส์วิลล์

ผู้นำสหรัฐฯย้ำว่าต้องการค้นหาความจริงของเหตุการณ์เมืองชาร์ล็อตส์วิลล์อย่างครบถ้วนทุกแง่มุม Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ผู้นำสหรัฐฯย้ำว่าต้องการค้นหาความจริงของเหตุการณ์เมืองชาร์ล็อตส์วิลล์อย่างครบถ้วนทุกแง่มุม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แถลงประณามเหตุรุนแรงที่เมืองชาร์ล็อตส์วิลล์อีกครั้งที่ตึกทรัมป์ทาวเวอร์ในนครนิวยอร์ก แต่ครั้งนี้เขากล่าวประณามฝ่ายซ้ายสุดโต่งว่าเป็นผู้เริ่มก่อเหตุ โดยเข้ามาทำร้ายสมาชิกขบวนการขวาจัดและกลุ่มคนขาวเป็นใหญ่ก่อน

"เมื่อคุณพูดถึงกลุ่มอัลท์-ไรท์ (ขวาจัด) แล้วพวกอัลท์-เลฟท์ (ซ้ายจัด) ที่เข้ามาทำร้ายฝ่ายขวาล่ะ ? ไม่ได้ผิดเหมือนกันหรอกหรือ จะว่ายังไงกับข้อเท็จจริงที่พวกนี้ตรงเข้ามาปะทะก่อนโดยถือท่อนไม้ไว้ในมือด้วย...แบบนี้ล่ะ ?" นายทรัมป์กล่าว

ผู้นำสหรัฐฯยังชี้แจงว่า การที่เขาไม่ได้กล่าวประณามโดยเจาะจงออกชื่อกลุ่มใดแต่แรก เพราะต้องการค้นหาความจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ครบถ้วนทุกด้านเสียก่อน นายทรัมป์ยังระบุว่าในบรรดาผู้เข้าร่วมชุมนุมกับฝ่ายขวาจัดนั้นยังมี "คนดีและสุภาพชน" จำนวนมาก ซึ่งต้องการประท้วงอย่างสันติรวมอยู่ด้วยโดยไม่ได้ต้องการก่อความรุนแรง แต่ชุมนุมเพื่อคัดค้านการรื้อถอนอนุสาวรีย์บุคคลสำคัญฝ่ายสมาพันธรัฐในยุคสงครามกลางเมืองเท่านั้น

"ถ้าจะทำลายอนุสาวรีย์ที่มีประวัติเกี่ยวกับการค้าทาสให้หมด อย่างนั้นจะต้องรื้ออนุสาวรีย์อดีตประธานาธิบดีจอร์จ วอชิงตัน และโทมัส เจฟเฟอร์สันด้วยไหม ? พวกเขาก็เป็นนายทาสเหมือนกัน" นายทรัมป์กล่าว

ด้านนายเดวิด ดุค อดีตผู้นำกลุ่มคู คลักซ์ แคลน หรือเคเคเค ได้ลงข้อความทางทวิตเตอร์ขอบคุณประธานาธิบดีทรัมป์ที่แสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา กล้าพูดความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และประณาม "ผู้ก่อการร้ายฝ่ายซ้าย อย่างขบวนการชีวิตคนดำมีค่า (BLM ) และพวกแอนติฟา"

Image copyright NATIONAL PARK SERVICE
คำบรรยายภาพ มือดีพ่นสีเป็นข้อความหยาบคายบนอนุสรณ์สถานลินคอล์นในกรุงวอชิงตัน

หลายฝ่ายซึ่งรวมถึงวุฒิสมาชิกจากทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน ได้ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อถ้อยแถลงครั้งล่าสุดของนายทรัมป์ว่า เขาจงใจเลือกข้างและสร้างความแตกแยกให้ขยายวงออกไปมากยิ่งขึ้น

หลังจากเหตุการณ์เมืองชาร์ล็อตส์วิลล์ ดูเหมือนว่าความขัดแย้งระหว่างฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาจะกลับปะทุขึ้นอีกในหลายเมืองของสหรัฐฯ โดยมีการลอบสร้างความเสียหายให้กับสัญลักษณ์และอนุสาวรีย์ของฝ่ายตรงข้าม ล่าสุดมีผู้พ่นสีเป็นข้อความหยาบคายบนอนุสรณ์สถานลินคอล์นในกรุงวอชิงตัน ซึ่งอาจเป็นการประท้วงของฝ่ายขวาเพื่อแสดงการต่อต้านการปลดปล่อยเลิกทาสโดยอดีตประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น

ไม่นานมานี้หลายเมืองในสหรัฐฯได้ประกาศรื้อถอนอนุสาวรีย์ที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายสมาพันธรัฐฯ ซึ่งสนับสนุนการค้าทาสในยุคสงครามกลางเมือง โดยหลังเกิดเหตุรุนแรงที่เมืองชาร์ล็อตส์วิลล์ เมืองที่ประกาศแผนการรื้อถอนอนุสาวรีย์ประเภทนี้ยิ่งมีเพิ่มขึ้น รวมทั้งเมืองสำคัญอย่างบัลติมอร์, เล็กซิงตัน, เมมฟิส, และแจ็คสันวิลล์ด้วย