เรือรบสหรัฐฯ ชนซ้ำในรอบ 2 เดือน ลูกเรือหาย 10

(แฟ้มภาพ) เรือพิฆาตยูเอสเอส จอห์น แม็คเคน Image copyright US NAVY
คำบรรยายภาพ (แฟ้มภาพ) เรือพิฆาตยูเอสเอส จอห์น แม็คเคน

กะลาสีของกองทัพเรือสหรัฐฯ 10 คนสูญหาย และอีก 5 คนได้รับบาดเจ็บ หลังเกิดเหตุเรือพิฆาตยูเอสเอส จอห์น แม็คเคน (USS John McCain) ชนเข้ากับเรือบรรทุกน้ำมันอัลนิก เอ็มซี (Alnic MC) ซึ่งติดธงชาติไลบีเรีย ที่บริเวณนอกชายฝั่งทางตะวันออกของประเทศสิงคโปร์

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเช้าตรู่ เวลาประมาณ 5.24 น.ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่เรือพิฆาตกำลังเตรียมเข้าเทียบท่าที่สิงคโปร์ตามกำหนดการประจำ การปะทะกันทำให้เรือพิฆาตได้รับความเสียหายที่บริเวณด้านซ้ายของเรือ แต่ยังไม่มีรายงานถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเรือบรรทุกน้ำมันคู่กรณีในขณะนี้

กองทัพเรือสหรัฐฯ แถลงว่า ได้เริ่มปฏิบัติการค้นหาลูกเรือพิฆาตที่สูญหายแล้ว โดยร่วมกับกองทัพเรือสิงคโปร์พร้อมทั้งหน่วยกู้ภัยทั้งของสิงคโปร์และมาเลเซียออกค้นหาเป็นบริเวณกว้าง ส่วนเรือพิฆาตยูเอสเอส จอห์น แม็คเคนนั้น ขณะนี้ได้มุ่งหน้าเข้าเทียบท่าต่อไปยังสิงคโปร์แล้ว

ทั้งนี้ เรือบรรทุกน้ำมันอัลนิก เอ็มซี มีระวางขับน้ำถึง 30,000 ตัน ซึ่งเท่ากับมีขนาดใหญ่กว่าเรือพิฆาตยูเอสเอส จอห์น แม็คเคนถึง 3 เท่า แต่ยังไม่ทราบชัดว่าเรือทั้งสองลำเกิดอุบัติเหตุชนกันได้อย่างไร เว็บไซต์ติดตามตำแหน่งเรือมารีน แทรฟฟิก (Marine Traffic) แจ้งว่าเรืออัลนิก เอ็มซี อาจไม่ได้บรรทุกน้ำมันอยู่ขณะเกิดเหตุ และขณะนี้เรืออยู่ทางตะวันออกของชายฝั่งรัฐยะโฮร์ของมาเลเซีย

ด้านนายจอห์น แม็คเคน วุฒิสมาชิกสังกัดพรรครีพับลิกัน ซึ่งชื่อของเขาถูกนำมาตั้งเป็นชื่อของเรือพิฆาตลำนี้ ได้ส่งข้อความทางทวิตเตอร์ว่าเขาและภรรยาร่วมกันสวดภาวนาเพื่อบรรดาลูกเรือที่สูญหาย ทั้งแสดงความชื่นชมต่อเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยด้วย

อุบัติเหตุครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองแล้วที่เรือรบของกองทัพสหรัฐฯ เกิดชนเข้ากับเรืออื่นในรอบสองเดือนที่ผ่านมา โดยเมื่อเดือนมิถุนายน เรือยูเอสเอส ฟิตซ์เจอรัลด์ ได้เกิดชนเข้ากับเรือบรรทุกสินค้าในน่านน้ำญี่ปุ่นนอกชายฝั่งเมืองท่าโยโกสึกะ เป็นเหตุให้ทหารเรือ 7 นายเสียชีวิต เนื่องจากน้ำทะลักเข้าท่วมห้องนอนภายในเรือ

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วทางกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่าจะมีการลงโทษทางวินัยกับลูกเรือยูเอสเอส ฟิตซ์เจอรัลด์หลายคน และจะปลดผู้บังคับการเรือลำดังกล่าวด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม