ทหารอเมริกันแปรพักตร์ในเกาหลีเหนือคนสุดท้ายเสียชีวิตแล้ว

นายเจมส์ เดรสน็อก แปรพักตร์โดยข้ามเขตปลอดทหาร (DMZ) ซึ่งเต็มไปด้วยกับระเบิดไปยังฝั่งเกาหลีเหนือ Image copyright AFP/VERYMUCHSO PRODUCTIONS
คำบรรยายภาพ นายเจมส์ เดรสน็อก แปรพักตร์โดยข้ามเขตปลอดทหาร (DMZ) ซึ่งเต็มไปด้วยกับระเบิดไปยังฝั่งเกาหลีเหนือ

วิดีโอที่เผยแพร่ทางเว็บไซต์อุริมินซอกกิริ (Uriminzokkiri) ซึ่งเป็นสื่อโฆษณาชวนเชื่อของหน่วยข่าวกรองรัฐบาลเกาหลีเหนือ ได้เผยให้เห็นบุตรชายสองคนของนายเจมส์ เดรสน็อก ทหารอเมริกันแปรพักตร์ที่พำนักอยู่ในเกาหลีเหนือคนสุดท้าย ออกมายืนยันว่าบิดาของตนได้เสียชีวิตลงอย่างกะทันหันด้วยภาวะสมองขาดเลือดเมื่อปลายปีที่แล้ว ขณะที่มีอายุได้ 74 ปี

บุตรชายทั้งสองของนายเดรสน็อก คือ นายเท็ดและนายเจมส์ จูเนียร์ ปรากฏตัวในเครื่องแบบทหารของเกาหลีเหนือ และสนทนาด้วยภาษาเกาหลีอย่างคล่องแคล่วว่า "ครอบครัวของเราต่างตกตะลึง เพราะพ่อได้จากไปอย่างกะทันหันโดยที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน แต่พ่อก็จบชีวิตลงโดยที่ไม่ได้เสียใจหรือเสียดายอะไร พ่อเป็นที่รักและได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดีจากทางพรรคมาโดยตลอด จนกระทั่งเสียชีวิตไป"

นายเท็ดและนายเจมส์ จูเนียร์ เดรสน็อก ซึ่งเกิดในเกาหลีเหนือและเป็นบุตรของนายเดรสน็อกกับภรรยาชาวโรมาเนียบอกว่า ขณะนี้พวกตนทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ในกองทัพเกาหลีเหนือ รวมทั้งสมรสและมีบุตรแล้ว

นายเท็ดซึ่งเป็นบุตรชายคนโตของนายเดรสน็อกยังกล่าวในวิดีโอด้วยว่า "สิ่งหนึ่งที่พ่อขอให้เราทำ คือให้เป็นแรงงานที่จงรักภักดีและอุทิศตนรับใช้ท่านผู้นำคิม จอง อึน อันเป็นที่รัก รวมทั้งเลี้ยงลูกของเราให้ดำเนินรอยตามและส่องแสงสว่างเจิดจ้าให้กับเส้นทางนั้น"

Image copyright URIMINZOKKIRI
คำบรรยายภาพ นายเจมส์ จูเนียร์ (ซ้าย) และนายเท็ด บุตรชายทั้งสองของนายเดรสน็อกปรากฏตัวในเครื่องแบบทหารเกาหลีเหนือ

หลายฝ่ายมองว่า การที่เกาหลีเหนือเพิ่งเผยแพร่วิดีโอนี้ออกมา ทั้งที่นายเดรสน็อกได้เสียชีวิตไปนานหลายเดือนแล้วนั้น อาจเป็นเพราะต้องการส่งสัญญาณตอบโต้โลกตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อสหรัฐฯ หลังความขัดแย้งเรื่องการทดสอบขีปนาวุธทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากในระยะหลัง

นอกจากนี้ วิดีโอดังกล่าวยังอาจเป็นการตอบโต้บทสัมภาษณ์ของนายชาร์ลส์ เจนกินส์ อดีตทหารอเมริกันผู้แปรพักตร์อีกคนหนึ่ง ซึ่งเผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ลอสแอนเจลิสไทมส์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยนายเจนกินส์เคยมีความขัดแย้งกับนายเดรสน็อกขณะอยู่ในเกาหลีเหนือ และปัจจุบันนายเจนกินส์ได้เดินทางกลับมาพำนักในสหรัฐฯได้หลายปีแล้ว

ทั้งนี้ นายเดรสน็อกเป็นหนึ่งในทหารอเมริกัน 4 คน ที่แปรพักตร์ไปเข้ากับฝ่ายเกาหลีเหนือในช่วงทศวรรษ 1960 โดยได้ใช้ชีวิตอยู่ในเกาหลีเหนือเป็นเวลากว่า 50 ปี เขาเผยถึงสาเหตุที่ตัดสินใจแปรพักตร์โดยเดินเท้าข้ามเขตปลอดทหาร (DMZ) ที่เต็มไปด้วยกับระเบิด ไว้ในภาพยนตร์สารคดีเรื่องหนึ่งเมื่อปี 2006 ว่า

"ตอนนั้นผมกำลังถูกฟ้องหย่าและมีคดีในศาลทหารด้วย ผมคิดว่าไม่เอาแล้ว ผมเหลืออดกับชีวิตวัยเด็ก ชีวิตคู่ หน้าที่การงานในกองทัพและทุกอย่าง ตอนนั้นชีวิตผมจบแล้ว ผมเหลือที่ไปอยู่แค่แห่งเดียว"

ชีวิตใหม่ของนายเดรสน็อกในกรุงเปียงยางไม่เลวนัก เขาได้เป็นนักแสดงในภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อของเกาหลีเหนือหลายเรื่อง โดยส่วนใหญ่รับบทชาวอเมริกันที่เป็นศัตรู จนเขาเป็นคนดังในหมู่ชาวเกาหลีเหนือที่มีชื่อเสียงระดับหนึ่ง เขายังสอนภาษาในวิทยาลัย และแปลงานเขียนของผู้นำเกาหลีเหนือเป็นภาษาอังกฤษ เขายังเป็นผู้อ่านข้อความโฆษณาชวนเชื่อภาษาอังกฤษที่ใช้กระจายเสียงตามแนวพรมแดน เพื่อชักชวนให้ทหารอเมริกันแปรพักตร์กันมากขึ้น

ในภาพยนตร์สารคดีที่ผู้กำกับชาวอังกฤษถ่ายทำไว้เมื่อปี 2006 นายเดรสน็อกบอกว่า "ผมไม่เคยเสียใจที่มาอยู่เกาหลีเหนือ ผมรู้สึกเหมือนที่นี่เป็นบ้าน เป็นบ้านของผมจริง ๆ ผมจะไม่ยอมแลกสิ่งนี้กับอะไรทั้งสิ้น"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง