แพ้อีกราย ศาลอเมริกาสั่งจอห์นสันฯ จ่ายกว่าหมื่นล้านบาทผู้ป่วยมะเร็งหญิง

แป้งเด็กของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน Image copyright Getty Images

คณะลูกขุนที่ศาลในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ มีคำตัดสินให้บริษัทเวชภัณฑ์จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน จ่ายเงินชดเชยมูลค่า 417 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1.38 หมื่นล้านบาท) แก่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ยื่นฟ้องว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งรังไข่ หลังจากใช้ผลิตภัณฑ์แป้งเด็กของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน

ที่ผ่านมาบริษัทได้แพ้คดีความทำนองเดียวกันนี้ที่พิจารณาโดยคณะลูกขุนในรัฐมิสซูรีมาแล้ว 4 ใน 5 คดี ทำให้ต้องเผชิญค่าปรับมูลค่ากว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 9.9 พันล้านบาท)

ในคดีล่าสุด นางเอวา เอเชเวอร์เรีย วัย 63 ปี เป็นโจทก์ยื่นฟ้องในคดีนี้ โดยระบุว่า เธอเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน มาตั้งแต่อายุ 11 ปี และแพทย์ได้วินิจฉัยว่าเธอป่วยเป็นโรคมะเร็งรังไข่ระยะสุดท้ายเมื่อ 10 ปีก่อน คำฟ้องร้องครั้งนี้กล่าวหาบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ว่าทราบว่าสารทัลค์ (Talc) ในแป้งเด็กอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็ง แต่ได้ปกปิดข้อมูลดังกล่าวเอาไว้

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ผู้หญิงหลายพันคนอ้างว่าเป็นมะเร็งเพราะใช้ผลิตภัณฑ์ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เพื่อขจัดความชื้นและกลิ่นไม่พึงประสงค์บริเวณอวัยวะเพศ

คำตัดสินของคณะลูกขุนที่ศาลในรัฐแคลิฟอร์เนียครั้งนี้นับเป็นวงเงินชดเชยสูงสุดที่จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ต้องจ่ายให้แก่ผู้ที่ฟ้องร้องดำเนินคดีต่อบริษัทว่า ไม่แจ้งเตือนผู้บริโภคอย่างเพียงพอถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากสารทัลค์ ซึ่งทำมาจากแร่ในหินชนิดหนึ่ง และอาจทำให้เกิดมะเร็งรังไข่ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบอกว่ายังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันถึงความเชื่อมโยงกันดังกล่าว

ด้านจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ระบุว่า จะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินครั้งนี้ เพราะบริษัทยึดข้อมูลทางวิทยาศาสตร์

นางเอเชเวอร์เรียถือเป็นหนึ่งในผู้หญิงหลายพันคนที่อ้างว่าป่วยเป็นมะเร็งเพราะใช้ผลิตภัณฑ์ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เพื่อขจัดความชื้นและกลิ่นไม่พึงประสงค์บริเวณอวัยวะเพศ

เจมส์ แกลลาเกอร์ ผู้สื่อข่าววิทยาศาสตร์ของบีบีซี บอกว่า แม้จะมีกระแสข่าวว่าการใช้แป้งทัลคัมทาตัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บริเวณอวัยวะเพศจะทำให้เป็นมะเร็งรังไข่ได้ แต่นับตั้งแต่ทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา สารทัลค์ที่ใช้ในแป้งทาตัวและเครื่องสำอางนั้นเป็นแบบที่ปราศจากแอสเบสโทสซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งเจือปน ประกอบกับที่ผ่านมาผลการศึกษาทดลองในเรื่องนี้หลายครั้งให้ผลที่ขัดแย้งกัน โดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยมะเร็ง (IARC) ระบุเพียงว่า "อาจมีความเป็นไปได้" ที่แป้งทัลคัมจะก่อมะเร็งรังไข่

ด้าน Ovacome องค์กรการกุศลเพื่อผู้ป่วยมะเร็งรังไข่ ระบุว่า ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดถึงความเชื่อมโยงกันระหว่างแป้งทัลคัมกับมะเร็งรังไข่ และในกรณีเลวร้ายที่สุด การใช้สารทัลค์อาจเพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็งรังไข่ขึ้นราว 1 ใน 3 อย่างไรก็ตาม มะเร็งรังไข่ ถือเป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อยนัก ดังนั้นความเสี่ยงดังกล่าวจึงยิ่งน้อยลงไปอีก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม