อังกฤษเตรียมศึกษาผลกระทบจากนักเรียนต่างชาติ

รูปคนในสนามบิน Image copyright Reuters

นางแอมเบอร์ รัดด์ รัฐมนตรีมหาดไทยของสหราชอาณาจักร กำลังเริ่มขั้นตอนการตรวจสอบผลกระทบจากนักศึกษาต่างชาติ โดยจะครอบคลุมทั้งที่เป็นและไม่เป็นพลเมืองในยุโรป ที่มีต่อสังคมอังกฤษ ตลาดแรงงาน และเศรษฐกิจของประเทศ

การศึกษาดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นแล้วในวันนี้ (24 ส.ค.) ขณะที่ทางการอังกฤษตีพิมพ์การประมาณการล่าสุดเกี่ยวกับการเข้าเมือง ซึ่งรวมถึงข้อมูลการเข้าออกประเทศในจุดผ่านแดนแห่งใหม่ผ่านทางท่าเรือและท่าอากาศยาน

คณะกรรมการที่ปรึกษาว่าด้วยการย้ายถิ่นฐานจะเป็นผู้จัดทำผลการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับนักเรียนต่างชาติ โดยจะพิจารณาจากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากค่าใช้จ่ายต่างๆ อาทิ ค่าเทอมและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอื่นๆ ที่มีผลต่อเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ภูมิภาค จนถึงระดับประเทศ นอกจากนี้จะพิจารณารวมไปถึงผลกระทบที่มีต่อคุณภาพการศึกษาของนักเรียนในประเทศอีกด้วย

คณะกรรมการชุดนี้ คาดว่าจะนำเสนอรายงานอีกครังภายในเดือน ก.ย. ปีหน้า

นายอลิสแตร์ จาร์วิส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยูนิเวอร์ซิตี้ ยูเค ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนสถาบันการศึกษาแห่งราชอาณาจักร ระบุว่า รู้สึกยินดีกับคำมั่นของรัฐบาลที่จะศึกษาโดยมีรายละเอียดมากขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์ต่อวงการการศึกษาของนักเรียนต่างชาติ

"นี่คือโอกาสที่จะเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่านักศึกษาต่างชาติสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างไรต่อเศรษฐกิจและสังคมในอังกฤษอย่างไร" นายจาร์วิสเสริม ขณะที่ประธานองค์กรไม่แสวงหากำไร Migration Watch UK ก็ออกมาสนับสนุนแนวทางดังกล่าวด้วย

"ไร้การจำกัด"

นางรัดด์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางการอังกฤษไม่มีการจำกัดจำนวนนักเรียนต่างชาติที่ต้องการเข้ามาศึกษาต่อในอังกฤษจริงๆ และอังกฤษก็ยังเป็นเป้าหมายทางการศึกษาที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 2 ของโลกสำหรับผู้ที่ต้องการได้รับการศึกษาระดับสูงและทำให้พวกเขารู้สึกภูมิใจ

"เราเข้าใจว่านักเรียนจากทั่วโลกมีความสำคัญอย่างไรต่อภาคการศึกษาขั้นสูงของอังกฤษ ซึ่งถือว่าเป็นการส่งออกที่สำคัญอย่างหนึ่งของประเทศ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำให้เราจะต้องศึกษาผลกระทบและคุณค่าที่แท้จริงของบรรดานักเรียนต่างชาติต่อประเทศอังกฤษ" นางรัดด์กล่าว

ที่ผ่านมาวิธีนับจำนวนคนเข้าเมืองมีการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด โดยในทศวรรษที่ 1990 สหราชอาณาจักรได้ยุติการนับจำนวนผู้ที่เดินทางเข้าออกประเทศ โดยใช้การประมาณการตัวเลขด้วยการสุ่มสำรวจตรวจตามจุดผ่านแดนแทน ซึ่งก็ทำให้เกิดข้อสงสัยต่อความถูกต้องของข้อมูล

ต่อมาในเดือน เม.ย.ปี 2015 ได้มีการติดตั้งระบบการตรวจคนเข้าเมืองแบบใหม่ โดยหวังว่าจะช่วยทำให้การจัดเก็บข้อมูลการเข้าเมืองมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง