เพิ่มเติม: ยอดตายพุ่งแตะ 71 ราย เหตุกลุ่มติดอาวุธมุสลิมโจมตีตำรวจรัฐยะไข่

REUTERS Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 32 ราย ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร 11 ราย

กองทัพเมียนมาระบุว่า เกิดเหตุกลุ่มติดอาวุธมุสลิมโจมตีด่านตำรวจหลายแห่งเมื่อช่วงตีหนึ่งของวันนี้ (25 สิงหาคม) ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 71 ราย ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร 12 ราย

แถลงการณ์ของรัฐบาลเมียนมาระบุว่า "กลุ่มติดอาวุธชาวบังกลาเทศบุกโจมตีสถานีตำรวจเมืองมองดอว์ในรัฐยะไข่ด้วยระเบิดที่ประกอบขึ้นเอง พร้อมกับร่วมกันโจมตีด่านตำรวจอีกหลายแห่งเมื่อเวลา 1 นาฬิกา"

ขณะนี้ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งแตะ 71 ราย โดยแบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร 12 ราย และกลุ่มติดอาวุธ 59 คน โดยก่อนหน้านี้ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมา กล่าวในแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กว่ามี กลุ่มติดอาวุธที่มีส่วนร่วมในเหตุโจมตีถึง 150 คน

รัฐบาลเมียนมาใช้คำว่า "บังกลาเทศ" ในการนิยามชาวมุสลิมโรฮิงญา เพราะยืนยันว่าพวกเขาเป็นผู้อพยพเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายมาจากประเทศบังกลาเทศ

การบุกโจมตีด่านตำรวจกว่า 20 แห่งนี้เกิดขึ้นเพียง 1 วันหลังการส่งมอบรายงานเสนอแนวทางแก้ไขความขัดแย้งและสร้างสันติภาพของคณะกรรมการที่ปรึกษารัฐยะไข่ที่นำโดยนายโคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ ซึ่งเตือนว่า จะมีคนที่มีความคิดหัวรุนแรงมากขึ้นหากไม่มีการมุ่งแก้ไขเรื่องความขัดแย้งด้านชาติพันธุ์

คณะกรรมการที่ปรึกษานี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีที่แล้วตามคำขอของนางออง ซาน ซู จี

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ เหตุเกิดขึ้นเพียง 1 วันหลังการส่งมอบรายงานเสนอแนวทางแก้ไขความขัดแย้งและสร้างสันติภาพของคณะกรรมการที่ปรึกษารัฐยะไข่ที่นำโดยนายโคฟี อันนัน

นี่เป็นเหตุการณ์รุนแรงที่สุดนับจากเหตุปะทะในลักษณะคล้ายกันที่ด่านชายแดนเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ที่ทำให้ตำรวจ 9 นาย เสียชีวิต

นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของปฏิบัติการปราบปรามของทหารเมียนมา ซึ่งเป็นที่มาของข้อกล่าวหาอย่างแพร่หลายว่าชาวมุสลิมโรฮิงญาถูกข่มขืน ทรมาน และฆาตกรรม ทำให้เกิดการอพยพครั้งใหญ่ของชาวมุสลิมโรฮิงญาไปสู่บังกลาเทศ

รัฐยะไข่เป็นถิ่นฐานของชาวมุสลิมโรฮิงญากว่า 1 ล้านคน สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชาวพุทธและชาวมุสลิมโรฮิงญาซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในเมียนมา ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องมาหลายปี มีเหตุปะทะรุนแรงหลายครั้ง ทำให้มีผู้อพยพออกจากพื้นที่อีกหลายหมื่นคน โดยชาวมุสลิมโรฮิงญากล่าวหาว่าทางการเมียนมาปฏิบัติกับชาติพันธุ์พวกเขาอย่างโหดร้าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง