กษัตริย์สเปนร่วมเดินขบวนต้านก่อการร้าย

สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลีเปที่ 6 (กลาง) ทรงพระดำเนินนำขบวนร่วมกับนายกรัฐมนตรีมาริอาโน ราฮอย (คนที่ 3 จากซ้ายมือ) Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลีเปที่ 6 (กลาง) ทรงพระดำเนินนำขบวนร่วมกับนายกรัฐมนตรีมาริอาโน ราฮอย (คนที่ 3 จากซ้ายมือ)

สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลีเปที่ 6 แห่งสเปน ทรงร่วมในการเดินขบวนแสดงพลังต่อต้านการก่อการร้ายกับประชาชนหลายแสนคนในนครบาร์เซโลนา หลังเกิดเหตุผู้ก่อการร้ายขับรถพุ่งชนผู้คนและก่อเหตุโจมตีในเมืองดังกล่าวและเมืองใกล้เคียง จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตไปทั้งสิ้น 15 คน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

สมเด็จพระราชาธิบดีฯ ทรงพระดำเนินนำขบวนพร้อมกับนายกรัฐมนตรีมาริอาโน ราฮอย โดยทรงเป็นกษัตริย์สเปนพระองค์แรกที่เข้าร่วมในการเดินขบวนกับประชาชน นับแต่สถาบันกษัตริย์ของสเปนได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาอีกครั้งในช่วงทศวรรษ 1970

ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีราฮอยได้เรียกร้องให้ชาวสเปนทุกคนรวมทั้งชาวแคว้นกาตาลุญญา (คาตาโลเนีย) เข้าร่วมเดินขบวนครั้งนี้ เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของทุกหมู่เหล่าในการต่อต้านก่อการร้าย

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ผู้เดินขบวนหลายคนถือป้ายข้อความภาษาคาตาลันที่ระบุว่า "เราไม่กลัว"

ผู้เข้าร่วมเดินขบวนส่วนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยและพนักงานร้านค้าต่างๆ บนถนนลาส รัมบลาส ซึ่งได้เข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บระหว่างที่เกิดเหตุ ผู้เดินขบวนส่วนใหญ่ต่างถือป้ายข้อความภาษาคาตาลันที่ระบุว่า "No Temim Por" หรือ "เราไม่กลัว" บางส่วนถือป้ายข้อความต่อต้านกระแสความเกลียดกลัวอิสลามด้วย

อย่างไรก็ตาม ผู้เข้าร่วมการเดินขบวนจำนวนมากชูธงประจำแคว้นกาตาลุญญา (คาตาโลเนีย) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเรียกร้องแยกตัวเป็นเอกราชจากสเปน และบางคนได้ร้องตะโกนไล่ให้สมเด็จพระราชาธิบดีฯ เสด็จออกไปจากการเดินขบวนเสีย

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ชาวสเปนนับหลายแสนคนเดินขบวนแสดงพลังร่วมกัน

ในเตือนตุลาคมนี้ชาวคาตาลันจะจัดให้มีการลงประชามติที่รัฐบาลสเปนไม่ได้รับรอง เพื่อยืนยันความต้องการของประชาชนในเรื่องการแยกตัวเป็นเอกราช

นับแต่เกิดเหตุก่อการร้ายที่นครบาร์เซโลนาเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา ทางการสเปนได้บุกเข้าทลายแหล่งซ่องสุมของเครือข่ายก่อการร้ายที่สมคบคิดกันก่อเหตุ 12 แห่ง โดยวิสามัญฆาตกรรมคนร้ายไป 8 ราย อีก 4 รายกำลังถูกนำตัวขึ้นรับการพิจารณาคดีในศาลที่กรุงมาดริด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม