จีนประกาศชัยชนะเหนืออินเดียกรณีพิพาทพรมแดนหิมาลัย

ทหารอินเดียและจีน Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ เมื่อกลางเดือนสิงหาคม เกิดการปะทะกันระหว่างทหารจีนและอินเดีย

ทางการจีนระบุว่า ทหารอินเดียได้ถอนกำลังออกจากแนวชายแดนที่เป็นข้อพิพาทบริเวณเทือกเขาหิมาลัยแล้ว หลังจากมีการเผชิญหน้าอันตึงเครียดระหว่างทั้งสองฝ่ายมาหลายสัปดาห์

กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า รู้สึกพอใจที่ทหารอินเดียที่รุกล้ำเข้ามาได้ถอยกลับไปยังฝั่งของอินเดียแล้ว ในขณะที่กระทรวงต่างประเทศอินเดียยืนยันว่า กองกำลังทหารได้เลิกปฏิบัติการในพื้นที่ดอกลัม (Doklam) ซึ่งเป็นพรมแดนระหว่างจีน อินเดีย และภูฏาน ที่เป็นข้อพิพาทแล้ว หลังจากที่ทั้ง 2 ประเทศบรรลุข้อตกลงกันได้

ก่อนหน้านี้ จีนได้ออกมาระบุอย่างชัดเจนว่าจะยืนยันสิทธิอธิปไตยของตนในพื้นที่บริเวณนี้ต่อไป

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
อะไรอยู่เบื้องหลังความขัดแย้งจีน-อินเดีย?

ล่าสุด ควา ชวนหยิง โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน ระบุว่า ทหารจีนในพื้นที่ได้ยืนยันว่าทหารอินเดียได้ถอนกำลังออกจากบริเวณดังกล่าวแล้วเมื่อเช้านี้ (25 ส.ค.)

ความขัดแย้งนี้เริ่มต้นเมื่อกลางเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาเนื่องจากอินเดียคัดค้านความพยายามของจีนในการขยายถนนตามแนวพรมแดนผ่านที่ราบสูงดอกลัม หรือ ต้งหล่าง ในภาษาจีน

ที่ราบสูงนี้ตั้งอยู่ระหว่างจีน รัฐสิกขิมทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย และ ภูฏาน และเป็นพื้นที่พิพาทระหว่างจีนและภูฏาน ส่วนอินเดียให้การสนับสนุนการอ้างกรรมสิทธิ์ของภูฏานเหนือพื้นที่นี้

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย กำลังจะไปเยือนจีนในสัปดาห์หน้า

อินเดียกังวลว่า หากสร้างถนนเสร็จ จะทำให้จีนเข้าใกล้พื้นที่ที่เรียกว่า "คอไก่" (Chicken's Neck) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความกว้าง 20 กิโลเมตรที่เชื่อมระหว่างรัฐทางตะวันออกเฉียงเหนือ 7 รัฐกับแผ่นดินใหญ่ของอินเดีย

เมื่อกลางเดือนสิงหาคม เกิดการปะทะกันระหว่างทหารจีนและอินเดีย โดยสำนักข่าวพีทีไอของอินเดีย รายงานว่า ทหารได้ปาก้อนหินใส่กัน ทำให้ทั้งสองฝ่ายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ขณะที่ทหารจีนพยายามจะเข้าไปในดินแดนของอินเดียใกล้กับทะเลสาบปันกง ซึ่งรัฐบาลจีนยืนยันว่า ทหารทั้งสองฝ่ายอยู่ในดินแดนของจีน

จีนและอินเดียเคยทำสงครามกันมา 1 ครั้งเกี่ยวกับข้อพิพาทด้านพรมแดนในปี 1962 และข้อพิพาทหลายอย่างก็ยังคงไม่ได้รับการแก้ไขในหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลให้เกิดความตึงเครียดขึ้นเป็นระยะ ๆ