สหรัฐฯ ปัดเปลี่ยนจุดยืน ถอนตัวความตกลงปารีส

ลดโลกร้อน Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ความตกลงปารีส มีผลให้ประเทศที่ลงนามต้องรักษาอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงเกิน 2 องศาเซลเซียสเหนือระดับที่วัดได้ในยุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม

สหรัฐฯ ยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าถอนตัวจากความตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ หลังจากเมื่อวานนี้ หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานคำพูดของนายมิเกล อารียาส คานเญเต กรรมาธิการด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานของสหภาพยุโรป ว่าสหรัฐฯ ระบุจะไม่รื้อการเจรจาความตกลงปารีส แต่พยายามทบทวนข้อตกลงที่มีอยู่เพื่อดูว่าจะสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างไร

ด้านสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างคำพูดของนายคานเญเตเช่นกันว่า จะมีการประชุมรอบนอกกับตัวแทนของสหรัฐฯ ในระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ "เพื่อประเมินจุดยืนที่แท้จริงของสหรัฐฯ" โดยนายคานเญเต ระบุว่า "นี่เป็นคำพูดที่ค่อนข้างแตกต่างจากที่เราเคยได้ยินประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวก่อนหน้านี้"

ขณะเดียวกัน นายมาร์เซโล มีนา รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของชิลี ทวีตว่า "ผมอยู่ในที่ประชุม และตัวแทนจากสหรัฐฯ ไม่ได้ปิดประตูเรื่องการอยู่ต่อในความตกลง และบอกว่าจะไม่เจรจาข้อตกลงใหม่"

อย่างไรก็ตาม ตัวแทนจากสหรัฐฯ ที่เข้าประชุมกับรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมจากอีก 30 ประเทศ ที่เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา มีฐานะเป็นผู้สังเกตการณ์เท่านั้น ซึ่งหลังจากมีรายงานนี้ออกมา นางซาราห์ ฮัคคาบี แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาว ได้ออกแถลงการณ์ว่า "ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงจุดยืนของสหรัฐฯ ในเรื่องความตกลงปารีส" และย้ำว่า "ประธานาธิบดีเคยกล่าวชัดเจนแล้วว่าสหรัฐฯ จะถอนตัว ยกเว้นแต่กรณีที่จะสามารถกลับเข้าร่วมได้ภายใต้ข้อกำหนดที่เอื้อประโยชน์ให้ประเทศกว่านี้"

Image copyright Science Photo Library

ความตกลงปารีสมีผลผูกมัดให้สหรัฐฯ และอีก 187 ประเทศ รักษาอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงเกิน 2 องศาเซลเซียส เหนือระดับที่วัดได้ในยุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม และพยายามยิ่งขึ้นที่จะจำกัดอุณหภูมิไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส ส่วนประเทศที่ไม่ได้เข้าร่วมมีเพียงซีเรียและนิการากัว

คำกล่าวของประธานาธิบดีทรัมป์ เมื่อเดือน มิ.ย.

ประธานาธิบดีทรัมป์เคยกล่าวที่ทำเนียบขาวว่าความตกลงปารีสมีเป้าหมายเพื่อขัดขวาง เอาเปรียบ และทำให้สหรัฐฯ ยากจนลง โดยอ้างว่าข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้สหรัฐฯ ต้องสูญเสียตำแหน่งงาน 6.5 ล้านตำแหน่ง และสูญเสียผลิตภัณฑ์มวลรวมมูลค่า 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะที่เศรษฐกิจคู่แข่งอย่างจีนและอินเดียจะได้เปรียบ

Image copyright AFP

คำพูดของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในตอนนั้นคือ "เพื่อทำตามหน้าที่ที่ผมต้องปกป้องอเมริกาและพลเมือง สหรัฐฯ จะถอนตัวจากความตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ หรือรณรงค์ให้เกิดความตกลงใหม่ตามข้อกำหนดที่เป็นธรรมกับสหรัฐฯ"

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่เดินทางเยือนฝรั่งเศสเมื่อเดือน ก.ค. ประธานาธิบดีทรัมป์ได้พูดเป็นนัยว่าสหรัฐฯ อาจจะเปลี่ยนจุดยืน แต่ไม่ได้อธิบายอะไรมาก นอกจากพูดว่า "อาจจะมีอะไรเกิดขึ้นเกี่ยวกับความตกลงปารีส ต้องรอดูว่าจะเป็นอย่างไร"

ผลที่จะเกิดหากสหรัฐฯ เปลี่ยนจุดยืน

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าสหรัฐฯ "จะไม่ถอนตัวจากความตกลงและเจรจาใหม่ แต่ต้องการกลับไปมีส่วนร่วมในความตกลงปารีส ในฐานะประเทศที่ลงนาม"

แม้ทำเนียบขาวจะยืนยันว่ายังไม่ได้เปลี่ยนจุดยืน แต่การตัดสินใจว่าจะไม่ถอนตัวจากความตกลงปารีส แล้วหันมาเจรจาในฐานะประเทศที่ให้สัตยาบัน ก็ยังถือเป็นการเปลี่ยนทิศทางที่สำคัญ

หนังสือพิมพ์ลอส แองเจลิส ไทม์ส รายงานว่า การอยู่ต่อในความตกลงปารีสจะเป็นหนึ่งในการกลับคำที่เป็นข้อถกเถียงมากที่สุดของประธานาธิบดีทรัมป์