ครูไนจีเรียนับหมื่นสอบตกแบบทดสอบสำหรับเด็ก 6 ขวบ

เด็กนักเรียนในไนจีเรีย Image copyright Getty Images

ครูชาวไนจีเรียถึง 21,780 คนจากโรงเรียนต่าง ๆ ในรัฐคาดูนาทางตอนเหนือของประเทศ ไม่ผ่านการทดสอบความรู้ที่ทางการจัดขึ้น และต้องถูกคัดชื่อออกจากการเป็นครูในโรงเรียนของรัฐ แม้ว่าข้อสอบที่ใช้วัดความรู้นี้จะจัดทำขึ้นสำหรับเด็ก 6 ขวบ หรือเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ตามระบบของไทยก็ตาม

นายนาเซียร์ เอล รูไฟ ผู้ว่าการรัฐคาดูนา เผยถึงเรื่องดังกล่าวระหว่างการพบปะกับผู้แทนธนาคารโลกซึ่งให้ความช่วยเหลือทางการศึกษากับไนจีเรีย โดยเขาบอกว่าทางรัฐได้ตั้งเกณฑ์ขั้นต่ำให้ครูต้องทำคะแนนในการทดสอบครั้งนี้ให้ได้อย่างน้อย 75% จึงจะถือว่าสอบผ่าน แต่ปรากฏว่ามีผู้สอบตกกันมากถึง 2 ใน 3 หรือคิดเป็น 66% ของจำนวนผู้เข้าสอบทั้งหมด

ผู้ว่าการรัฐคาดูนาบอกว่าจะปลดครูที่สอบไม่ผ่านออกทั้งหมด และจะจ้างครูใหม่ 25,000 คนที่มีคุณภาพตรงตามเกณฑ์มาตรฐานมากกว่านี้ "ที่ผ่านมาการจ้างและบรรจุครูมีการใช้เส้นสาย และยังมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เราจะแก้ไขเรื่องนี้โดยจ้างครูหนุ่มสาวที่มีคุณสมบัติพร้อมจริง ๆ เพื่อนำศักดิ์ศรีของระบบการศึกษาของรัฐกลับคืนมา" นายเอล รูไฟกล่าว

ผู้ว่าการรัฐคาดูนายังมีคำสั่งให้บรรดาบุตรหลานของครูใหญ่หรือผู้บริหารสถาบันการศึกษา เข้าเรียนในโรงเรียนที่พ่อแม่ผู้ปกครองของตนเป็นผู้บริหารอยู่ เพื่อเป็นการรับประกันว่าการเรียนการสอนจะได้คุณภาพดีขึ้น เหมือนกับที่พ่อแม่ตั้งใจสั่งสอนบุตรหลานของตนเอง โดยจะเริ่มจากภาคการศึกษานี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ธนาคารโลกได้ลงทุนให้เงินช่วยเหลือแก่ไนจีเรียหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อปรับปรุงระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานในรัฐทางตอนเหนือของประเทศ 13 รัฐ และในอีก 4 รัฐจากทุกภาคของไนจีเรีย โดยปัญหาสัดส่วนจำนวนครูที่มีไม่เพียงพอต่อจำนวนนักเรียน จัดเป็นปัญหาใหญ่ปัญหาหนึ่ง

ก่อนหน้านี้สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ก็ได้เผยรายงานการสำรวจล่าสุดที่ว่าเด็กนักเรียน 6 ใน 10 คนของทั้งโลกไม่สามารถบรรลุระดับการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานอย่างการอ่านและนับเลขได้ ซึ่งมาจากระบบการเรียนการสอนที่อ่อนแอ

ส่วนธนาคารโลกได้เคยออกรายงานที่ระบุประชากรโลกหลายล้านคนในประเทศที่ไม่ได้รับการศึกษาอย่างเพียงพอ ทำให้ชีวิตไม่สามารถก้าวหน้า ต้องทนทำงานที่มีรายได้น้อยและไม่มั่นคงไปตลอดชีวิต

นายจิม ยอง คิม ประธานของธนาคารโลก กล่าวว่า ความล้มเหลวของระบบการศึกษานั้นแสดงให้เห็นถึง "วิกฤตทั้งทางเศรษฐกิจและจริยธรรม"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม