ข้อตกลงปรองดองปาเลสไตน์ : ความหวังสันติภาพในกาซา

ข้อตกลงปรองดองจะคงอยู่นานแค่ไหน? Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ ข้อตกลงปรองดองจะคงอยู่นานแค่ไหน?

ชาวปาเลสไตน์บางส่วนพากันออกมาเฉลิมฉลองตามท้องถนนในฉนวนกาซา หลังจากที่กลุ่มฟาตาห์ และกลุ่มฮามาส ซึ่งเป็นกลุ่มการเมืองคู่อริ เห็นชอบข้อตกลงปรองดองฉบับใหม่ร่วมกัน โดยมีอียิปต์เป็นตัวกลางในการเจรจา

แม้หลายคนยังคงไม่มั่นใจนัก แต่ก็หวังว่าจะได้เห็นการความขัดแย้งที่ยาวนาน 10 ปียุติลง โดยคาดว่าองค์การบริหารปาเลสไตน์ หรือ พีเอ (Palestinian Authority--PA) ซึ่งมีสมาชิกส่วนใหญ่มาจากกลุ่มฟาตาห์เข้ามาควบคุมฉนวนกาซ่าตั้งแต่ 1 ธันวาคมนี้

กลุ่มพีเอ และกองกำลังความมั่นคงถูกขับออกจากฉนวนกาซ่าในปี 2007 เมื่อกลุ่มฮามาสเข้ามายึดดินแดนแห่งนี้ หนึ่งปีหลังจากชนะการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติ

นาอิม อัล-คาทิบ คุณพ่อลูกหกซึ่งอาศัยอยู่ในฉนวนกาซาบอกว่า "ฮามาสกำลังแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้ว่าจะยังมีปัญหาหลายอย่างที่ต้องแก้ไข แต่สถานการณ์ที่ตรงข้ามกับการปรองดองนั้นมันน่าหดหู่ ผมไม่อยากให้เราต้องก้าวเข้าไปสู่จุดนั้น"

เมื่อไม่นานมานี้ ผู้ที่อาศัยในฉนวนกาซ่าเกือบ 2 ล้านคน ต้องเผชิญกับความยากลำบากจากความแตกแยกทางการเมืองที่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง ขณะที่ประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส ยิ่งเพิ่มแรงกดดันทางการเงินต่อกลุ่มฮามาสมากขึ้น

คำบรรยายภาพ ในฉนวนกาซ่า ผู้คนต้องใช้ชีวิตอยู่โดยไม่มีไฟฟ้าใช้นานถึง 20 ชั่วโมงต่อวัน
คำบรรยายภาพ การบำบัดน้ำเสียส่วนใหญ่ต้องยุติลง ส่งผลให้ต้องทิ้งน้ำเสียลงในทะเล

โดยกลุ่มพีเอของเขาได้เรียกเก็บภาษีเชื้อเพลิงที่ส่งเข้าไปยังโรงไฟฟ้าเพียงแห่งเดียวของฉนวนกาซ่าในอัตราที่สูง และยังลดปริมาณไฟฟ้าที่ซื้อจากอิสราเอลเพื่อส่งไปยังกาซ่าด้วย

ปัจจุบัน โรงไฟฟ้าหลักทำงานได้เพียง 2-3 ชั่วโมงต่อวัน ส่งผลให้โรงงานทำน้ำจืด และบำบัดน้ำเสียทำงานได้ไม่เต็มที่

เจ้าหน้าที่รัฐกว่า 60,000 คน ซึ่งยังคงได้รับเงินเดือนจากกลุ่มพีเอแม้ว่าจะไม่สามารถทำงานได้ ถูกปรับลดจำนวนลง 1 ใน 3 และยังงดส่งเวชภัณฑ์เข้าไปในฉนวนกาซ่าด้วย

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ นายอาซัม อัล-อาห์เหม็ด จากกลุ่มฟาตาห์ (ขวา) และนายซาเลห์ อัล-อารูรี รองหัวหน้าคณะกรรมการกรมการเมืองของกลุ่มฮามาส ลงนามในข้อตกลงปรองดอง

แต่คาดกันว่ามาตรกรลงโทษบางอย่างจะถูกยกเลิกไปนับจากนี้ และจุดประกายความหวังให้คนอย่างอามาล ครูคนหนึ่งในฉนวนกาซา ที่บอกว่า "เราหวังว่าไฟฟ้าจะกลับมาใช้ได้ในทันที มันเป็นปัจจัยการดำรงชีวิตของเรา"

"ผมคิดว่านี่จะช่วยแก้ปัญหาน้ำทิ้งของเราด้วย พวกเราชาวกาซ่าอยู่ติดกับทะเล เราหวังว่าท้องทะเลจะกลับมาสะอาดอีกครั้ง" เขาบอก

หลังจากที่กลุ่มฮามาสเข้ามายึดครองพื้นที่ ทั้งอิสราเอลและอียิปต์สกัดกั้นการเคลื่อนย้ายของชาวบ้านที่อาศัยในกาซ่าอย่างเข้มงวดมากขึ้น แต่ด้วยข้อตกลงใหม่นี้ เมื่อกองกำลังพีเอกลับเข้ามาในดินแดนแห่งนี้ก็อาจช่วยให้การขนส่งสินค้าและการเดินทางของผู้คนทำได้คล่องตัวขึ้น

"เราอยากเดินทางเข้าออกกาซ่าได้อย่างเสรี ไม่ว่าจะเป็นเขตเวสต์แบงก์ อียิปต์ และอิสราเอล เพื่อไปหาหมอหรือไปเรียน นี่ถึงจะทำให้เรารู้สึกว่าเกิดความสมานฉันท์ขึ้นจริง ๆ" อามาล กล่าว

ข้อตกลงปรองดองที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ล้มเหลวมาหลายฉบับ และการประกาศสานสัมพันธ์กันล่าสุดนี้ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีการแก้ปัญหาคาราคาซังอยู่หลายเรื่องอย่างไร รวมทั้งชะตากรรมของกองกำลังเอซซีดีน อัล-กัสซัม ของกลุ่มฮามาส ที่มีกำลังพล 25,000 นายด้วย

อิสราเอล สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป เห็นว่ากลุ่มฮามาสเป็นองค์กรก่อการร้าย โดยสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปต่างเป็นผู้บริจาครายสำคัญของพีเอ ซึ่งคงรู้สึกกระอักกระอ่วนที่จะหันมาสนับสนุนรัฐบาลปรองดองที่มีกลุ่มฮามาสเข้าร่วมด้วย

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นายมาห์มูด อับบาส จะเยือนกาซ่า เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีหรือไม่?

อย่างไรก็ดี คาดว่าจะยังต้องมีการเจรจากันอีกหลายครั้ง ก่อนหน้าที่กลุ่มขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองของปาเลสไตน์จะหารือกันอีกครั้งที่กรุงไคโรของอียิปต์ในวันที่ 21 พฤศจิกายนนี้

"สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นก้าวย่างในทางบวก แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น" มุสตาฟา บาร์กูติ เลขาธิการกลุ่มริเริ่มแห่งชาติปาเลสไตน์กล่าว

"ในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้าจะมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะทุกฝ่ายจะต้องทำตามข้อตกลงที่เห็นชอบร่วมกัน กลุ่มฝักฝ่ายต่าง ๆ ของปาเลสไตน์ ไม่เพียงแต่กลุ่มฮามาส และกลุ่มฟาตาห์ ต้องตัดสินใจเกี่ยวกับรัฐบาลปรองดอง และกำหนดวันเลือกตั้ง"

รายงานบางกระแสระบุว่า ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน อีกไม่นานก็คงได้เห็นประธานาธิบดีอับบาส ไปเยือนฉนวนกาซ่าเป็นครั้งแรกในรอบสิบปี ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามสร้างความสมานฉันท์

และอาจจะเป็นจุดพลิกผันที่สำคัญ เพราะผลสำรวจความคิดเห็นของชาวปาเลสไตน์เมื่อไม่นานมานี้ พบว่าคนปาเลสไตน์โดยรวม 67% และคนปาเลสไตน์ 80% ในฉนวนกาซ่าต้องการให้นายอับบาสลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งจุดนี้เองที่เป็นเหตุผลอย่างหนึ่งที่ทำให้นักวิจารณ์หลายคนเชื่อว่ากระบวนการปรองดองครั้งนี้มีโอกาสจะบรรลุผล

ด้วยวัย 82 ปี ทำให้นายอับบาสเริ่มมองถึงผลงานทางการเมืองที่ต้องการฝากไว้ให้คนรุ่นหลัง และเขาเองก็ไม่มีอะไรจะเสีย

เช่นเดียวกับกลุ่มฮามาส ซึ่งเป็นกลุ่มย่อยของกลุ่มภราดรภาพมุสลิม ก็พบว่าการเลือกอยู่ผิดข้างในเหตุการณ์ทางการเมืองระดับภูมิภาคเมื่อไม่นานนี้ ทำให้ต้องเผชิญกับการถูกโดดเดี่ยวมากขึ้น จนต้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลอียิปต์

ส่วนผู้นำอียิปต์ก็ให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงในแหลมไซนายซึ่งอยู่ติดกับฉนวนกาซ่า และหลังจากต้องเผชิญกับความวุ่นวายอยู่หลายปีหลังเหตุการณ์อาหรับสปริง อียิปต์ก็หวังว่าจะรื้อฟื้นบทบาทตัวเองในการเป็นตัวกลางเจรจาความขัดแย้งในภูมิภาคอีกครั้ง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม