สมเด็จพระสันตะปาปา จะเสด็จเยือนเมียนมาครั้งแรก 27-30 พ.ย. นี้
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้

โป๊ปฟรานซิสเสด็จเยือนเมียนมา 27-30 พ.ย. นี้

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสจะทรงเสด็จเยือนเมียนมาระหว่างวันที่ 27-30 พ.ย. นี้ ถือเป็นการเยือนเมียนมาครั้งแรกของสมเด็จพระสันตะปาปา ประมุขแห่งคริสตจักร

พระองค์จะทรงหารือกับนางออง ซาน ซู จี ผู้นำของเมียนมา เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพเมียนมา และชุมชนชาวคาทอลิกในประเทศ ท่ามกลางวิกฤตผู้อพยพในประเทศ ซึ่งทำให้มีชาวมุสลิมโรฮิงญาในรัฐยะไข่ลี้ภัยไปยังบังกลาเทศแล้วกว่า 600,000 คนนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

ประชากรส่วนใหญ่ในเมียนมานับถือศาสนาพุทธ มีชาวคาทอลิกอยู่ราว 700,000 คน คิดเป็น 1% ครอบครัวชาวคาทอลิกในนครย่างกุ้ง สวดขอพรพระเจ้าทุกวันเป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้ว หวังว่าโป๊ปฟรานซิสจะทรงช่วยแก้วิกฤตโรฮิงญาได้

ซอ ซอ ลิน ชาวเมืองย่างกุ้ง กล่าวว่า "ตอนนี้ ผู้คนจำนวนมากเสียชีวิตจากความขัดแย้งในรัฐยะไข่ ทั้งสองฝ่าย [โรฮิงญาและรัฐบาล] ต่างได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้น แต่พระองค์ไม่ได้ทรงมาที่นี่เพื่อเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง พระองค์ทรงนำสันติภาพมาที่นี่ ผมหวังว่าเมียนมาจะมีสันติภาพ หลังการเยือนของพระองค์"

เมื่อปี 2014 โป๊ปฟรานซิสทรงสถาปนานักบุญคนแรกของเมียนมา ปีต่อมาทรงแต่งตั้งพระคาร์ดินาลองค์แรกของประเทศ

พระคาร์ดินัลชาร์ลส์ หม่อง โบ อาร์คบิชอปแห่งย่างกุ้ง กล่าวว่า "เรามีกลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่ม มีความหลากหลายของศาสนา พระองค์ทรงต้องการเสริมสร้างความสามัคคี ความหลากหลาย ความรักซึ่งกันและกันรวมถึงความรักที่มีต่อคนต่างศาสนา ความรักต่อคนต่างชาติพันธุ์ และคนอื่นที่แตกต่างจากเรา"

โป๊ปฟรานซิสจะทรงประกอบพิธีมิสซาที่โบสถ์เซนต์แมรีในนครย่างกุ้ง คาดว่าชาวคาทอลิกราว 200,000 คนจะเข้าร่วมพิธีนี้ รวมถึงชาวกะเหรี่ยงแถบชายแดนติดกับประเทศไทยด้วย

มิน มิน ทุน ชาวคาทอลิกในเมืองพะอัน กล่าวว่า "ตอนเป็นเด็ก ฉันรู้สึกว่าเป็นแค่ชาวคริสต์ตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ถูกรายล้อมด้วยชาวพุทธ แต่เมื่อโตขึ้น ฉันดีใจที่เป็นคาทอลิกและมีความเชื่ออย่างแรงกล้า"

คำว่า "โรฮิงญา" เป็นคำต้องห้ามในเมียนมา แต่โป๊ปฟรานซิสทรงใช้คำนี้มาแล้วหลายครั้งในการเรียกร้องสันติภาพ ขณะนี้ประชาคมโลกกำลังจับตาว่า พระองค์จะทรงใช้คำว่า "โรฮิงญา" ระหว่างเสด็จเยือนเมียนมาหรือไม่