อินโดฯ ยกระดับเตือนภัยภูเขาไฟระเบิดขั้นสูงสุด

กลุ่มควันและเถ้าถ่านจำนวนมากปะทุจากภูเขาไฟอากุง Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ กลุ่มควันและเถ้าถ่านจำนวนมากปะทุจากภูเขาไฟอากุง

ทางการอินโดนีเซียยกระดับการเตือนภัยเหตุภูเขาไฟอากุงปะทุเป็นระดับ 4 หรือระดับสูงสุด หลังเกรงว่าใกล้จะเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้นในไม่ช้านี้

มีการขยายวงพื้นที่ซึ่งกำหนดให้ผู้คนอพยพออกเพื่อหนีภัยเป็นบริเวณกว้างมากขึ้น จากพื้นที่ภายในรัศมี 7.5 กิโลเมตรโดยรอบภูเขาไฟ มาเป็นพื้นที่ภายในรัศมี 10 กิโลเมตร

ส่วนสนามบินหลักของเกาะบาหลีซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับภูเขาไฟอากุงได้ปิดทำการแล้ว ทำให้ผู้โดยสารของสายการบินต่าง ๆ และนักท่องเที่ยวจำนวนมากยังต้องติดค้างอยู่

คณะกรรมการจัดการภัยพิบัติแห่งชาติอินโดนีเซียแถลงว่า แรงระเบิดจากภูเขาไฟอากุงส่งเสียงดังกึกก้องไปไกลถึง 12 กิโลเมตรจากบริเวณยอดเขา ส่งกลุ่มควันและเถ้าถ่านหนาทึบให้พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงถึง 3,400 เมตร จากบริเวณปากปล่องภูเขาไฟ ซึ่งชี้ถึง "ความเป็นไปได้และความเสี่ยงที่จะเกิดภัยพิบัติตามมา"

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ เถ้าถ่านภูเขาไฟปกคลุมท้องถนน อาคารบ้านเรือน และรถยนต์ในทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะบาหลี

"เราสังเกตเห็นเปลวเพลิงจากปากปล่องภูเขาไฟในเวลากลางคืนได้ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งบ่งบอกว่าใกล้จะเกิดการระเบิดแล้ว" คณะกรรมการดังกล่าวแถลงผ่านทางหน้าเฟซบุ๊กของตน

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (25 พ.ย.) เจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญด้านภูเขาไฟยืนยันว่าพบหินหนืดหลอมเหลวหรือแม็กมา ที่บริเวณใกล้พื้นผิวด้านนอกของภูเขาไฟอากุงแล้ว ส่วนสำนักงานบรรเทาภัยพิบัติของอินโดนีเซียระบุว่า เถ้าถ่านจากภูเขาไฟถูกพัดพาไปตกไกลถึงเมืองมะตะรัมบนเกาะลอมบ็อกด้วย

Image copyright HOLLY PELHAM
คำบรรยายภาพ มีผู้โดยสารติดค้างอยู่ที่ท่าอากาศยานนานาชาติงูระห์ ไร เมื่อคืนวันเสาร์

ก่อนหน้านี้ทางการอินโดนีเซียแถลงว่า การท่องเที่ยวบนเกาะบาหลีนั้นยังคงมีความปลอดภัย ยกเว้นเขตอันตรายใกล้ภูเขาไฟ โดยแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของบาหลีเช่นกูตาหรือเซมินยักนั้นอยู่ห่างจากภูเขาไฟอากุงราว 70 กิโลเมตร

อินโดนีเซียตั้งอยู่บนแนว "วงแหวนแห่งไฟ" ในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นบริเวณที่แผ่นเปลือกโลกมาบรรจบกัน ทำให้เกิดการชนซึ่งเป็นสาเหตุของแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดส่วนมาก ทั่วอินโดนีเซียมีภูเขาไฟกว่า 130 แห่งที่ยังไม่มอดดับ ส่วนภูเขาไฟอากุงเกิดระเบิดครั้งล่าสุดเมื่อปี 1963 ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,000 คน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม