ญี่ปุ่นเตรียมใช้โดรนไล่พนักงานจ้องทำโอทีกลับบ้าน

บริษัทไทเซจะเริ่มทดลองใช้โดรนในเดือนเมษายนปีหน้า Image copyright TAISEI
คำบรรยายภาพ บริษัทไทเซจะเริ่มทดลองใช้โดรนในเดือนเมษายนปีหน้า

บริษัทแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นมีแผนทดลองใช้โดรนบินทั่วสำนักงาน เพื่อกดดันให้พนักงานที่อยู่ทำงานล่วงเวลาต้องเลิกงานและรีบกลับบ้านโดยเร็ว ซึ่งเป็นการขานรับนโยบายแก้ไขวัฒนธรรมการทำงานหนักเกินเหตุของรัฐบาลญี่ปุ่น

บริษัทไทเซ (Taisei) ซึ่งเป็นบริษัทรับทำความสะอาดและดูแลความปลอดภัยตามสำนักงานต่าง ๆ เตรียมจะนำโดรนที่พัฒนาร่วมกับบริษัทบลูอินโนเวชันและบริษัทสื่อสารเอ็นทีทีอีสต์ มาทดลองใช้ในสำนักงานของตนในเดือนเมษายนปีหน้า ซึ่งหากประสบผลสำเร็จก็จะนำโดรนนี้ออกวางตลาดจำหน่ายให้บริษัทอื่น ๆ ต่อไป

โดรนที่ว่านี้จะติดกล้องขนาดเล็กและบินไปทั่วสำนักงาน โดยจะบรรเลงเพลง "โอลด์ แลง ไซน์" (Auld Lang Syne) ซึ่งเป็นเพลงใช้บอกเวลาเลิกงานหรือปิดทำการห้างร้านที่รู้จักกันดีทั่วโลก "เสียงเพลงและเสียงของเครื่องยนต์โดรนจะทำให้ทนทำงานไม่ได้ พนักงานจะตระหนักในที่สุดว่าเวลาได้ล่วงเลยมามากและต้องเลิกงานแล้ว" นายโนริฮิโระ คาโต้ ผู้อำนวยการของบริษัทไทเซกล่าว

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเรื่องปัญหาชั่วโมงการทำงานของญี่ปุ่นมองว่า โดรนนี้จะไม่ช่วยอะไรมากนัก โดยศาสตราจารย์เซจิโระ ทะเคะชิตะ จากมหาวิทยาลัยชิซึโอกะบอกกับบีบีซีว่า "เป็นเรื่องโง่เง่าไร้สาระที่บริษัทต่าง ๆ จะใช้โดรนนี้ เพียงเพื่อแสดงให้เห็นว่าได้ทำอะไรบางอย่างในการแก้ไขปัญหาคนทำงานล่วงเวลามากเกินไป"

ศาสตราจารย์ทะเคะชิตะยังบอกว่า "ปัญหานี้มีสาเหตุที่ฝังลึกอยู่ในวัฒนธรรมการทำงาน จึงต้องแก้ไขให้ตรงกับรากฐานของปัญหามากกว่านี้ แม้การสร้างความตระหนักเรื่องเวลาเลิกงานจะเป็นเรื่องดี แต่ผมว่างานนี้ออกจะเหมือนเรื่องหลอกลวงกันซะมากกว่า"

คำบรรยายภาพ ญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งที่ผู้คนมีชั่วโมงการทำงานยาวนานที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว

ศาสตราจารย์สกอต นอร์ธ จากมหาวิทยาลัยโอซาก้าระบุว่า "ถึงการรบกวนของโดรนนี้จะทำให้พนักงานเลิกงานได้ แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังจะหอบงานไปทำต่อที่บ้านอยู่ดี หากต้องการให้ชั่วโมงทำงานลดลง บริษัทจำเป็นจะต้องลดภาระงาน จ้างพนักงานเพิ่มขึ้น แก้ไขระบบการทำงานที่เปลืองเวลา ลดละเลิกวัฒนธรรมองค์กรที่หนุนให้พนักงานแข่งขันกันเองอย่างดุเดือดรุนแรงเสีย

ก่อนหน้านี้ไม่นาน มีกรณีการทำงานหนักจนตายหรือ "คะโรฉิ" ของ น.ส.มัตสึริ ทะคะฮะชิ พนักงานของบริษัทโฆษณาเดนท์สุ ซึ่งต้องทำงานล่วงเวลาถึง 100 ชั่วโมงในเดือนเดียว จนเป็นเหตุให้เกิดความเหนื่อยล้าและความเครียดสะสมรุนแรง จนก่อเหตุฆ่าตัวตายไปในปี 2015 แต่ศาลเพิ่งมีคำตัดสินให้นายจ้างจ่ายค่าปรับเพียง 150,000 บาท ฐานละเมิดกฎหมายแรงงานเท่านั้น

ในปัจจุบันทางการญี่ปุ่นพบเหตุการตายที่เกี่ยวข้องกับ "คะโรฉิ" หลายร้อยกรณีในแต่ละปี ซึ่งรวมถึงผู้ที่ตายจากอาการหัวใจวาย เส้นเลือดในสมองตีบหรือแตก รวมทั้งผู้ที่ฆ่าตัวตายเพราะมีความเครียดจากงานอย่างหนักด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม