4 เหตุผลยอดขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในจีนตกฮวบ

Man eats noodles Image copyright Getty Images

ในขณะที่ยอดขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไทยยังสูงขึ้นต่อเนื่องทุกปี คิดเป็น 3.36 พันล้านซองในปี 2016 ติดอันดับ 9 ของโลก แต่ สถิติโดยสมาคมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปโลก (World Instant Noodle Association) แสดงให้เห็นว่า ยอดขายในจีนตกลง 17% จาก 4.62 หมื่นล้านซองในปี 2013 เหลือเพียง 3.85 หมื่นล้านซองในปี 2016 นี่คือความเป็นไปได้ 4 ประการเบื้องหลังพฤติกรรมผู้บริโภคที่เผยให้ทิศทางสังคมจีนที่กำลังเปลี่ยนไป

1.ชีวิตดีขึ้น รสนิยมดีขึ้น

วิธีการต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก แค่เทน้ำร้อน ใส่ซอสปรุงรส และฉีกเนื้อสัตว์และผักแห้งจากซองเล็ก ๆ ใส่ แม้นี่จะฟังดูน่ากิน แต่ยอดขายที่ตกลงอาจเป็นเพราะชาวจีนมีความคาดหวังเรื่องอาหารการกินที่สูงขึ้น

จ้าว ผิง จากสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของจีน บอกกับหนังสือพิมพ์ เดอะ ไชน่า เดลี่ ว่า "ยอดขายที่ตกลงแสดงให้เห็นถึงแบบแผนการบริโภคที่เปลี่ยนไป ทุกวันนี้ ผู้บริโภคสนใจเรื่องคุณภาพชีวิตมากขึ้น ไม่ใช่แค่กินให้อิ่มเท่านั้น"

ยอดการบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
ประเทศ ปี 2012 ปี 2013 ปี 2014 ปี 2015 ปี 2016
1. จีน/ฮ่องกง 44,000 46,220 44,400 40,430 38,520
2. อินโดนีเซีย 14,750 14,900 13,430 13,200 13,010
3. ญี่ปุ่น 5,410 5,520 5,500 5,540 5,660
4. เวียดนาม 5,060 5,200 5,000 4,800 4,920
5. อินเดีย 4,360 4,980 5,340 3,260 4,270
6. สหรัฐอเมริกา 4,340 4,350 4,280 4,210 4,100
7. เกาหลีใต้ 3,520 3,630 3,590 3,650 3,830
8 ฟิลิปปินส์ 3,020 3,150 3,320 3,480 3,410
9. ไทย 2,960 3,020 3,070 3,070 3,360
10. บราซิล 2,310 2,370 2,370 2,370 2,300
ที่มา: สมาคมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปโลก หน่วย: ล้านซอง

2. แรงงานย้ายกลับบ้านเกิด

มีทฤษฏีหนึ่งที่เชื่อว่า แรงงานต่างถิ่นเป็นผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และนี่ก็ฟังดูสมเหตุสมผล เนื่องจากพวกเขาจากบ้านมาไกล และส่วนใหญ่ต้องอยู่ในที่พักอาศัยแคบ ๆ ไม่มีครัวดี ๆ ไว้ทำอาหาร และก็อยากจะเก็บหอมรอมริบเพื่อส่งเงินกลับบ้าน

จำนวนคนต่างถิ่นที่ย้ายเข้ามาทำงานในเมืองใหญ่ ๆ ของจีนเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งปี 2014 แต่แนวโน้มดังกล่าวกลับกลายเป็นตรงกันข้ามในปี 2015 และ 2016 และคาดการณ์ว่าตัวเลขในปี 2017 ก็จะเป็นอย่างนั้นเช่นกัน

ปีที่แล้ว มีจำนวนแรงงานต่างจังหวัดที่อาศัยในเมืองน้อยกว่าในปี 2015 ถึง 1.7 ล้านคน และมีความเป็นได้สูงที่จะส่งผลกระทบต่อยอดขาย บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

Image copyright Getty Images

3.พฤติกรรมเปลี่ยน โครงสร้างพื้นฐานพัฒนา

ตอนที่เดินทางไกล ๆ ในจีนเมื่อ 20 ปีก่อน ซึ่งบางครั้งยาวนานถึง 3 วัน ผมมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเท่านั้นที่ช่วยประทังความหิว หลายครั้งที่แรงกระแทกของรถไฟและความซุ่มซ่ามของผมเองทำให้น้ำซุปเผ็ดร้อนกระเด็นเข้าตา

แต่รถไฟและสถานีรถไฟของจีนเปลี่ยนแปลงไปมาก การเดินทางสะดวก รวดเร็วขึ้น และอาหารที่ให้บริการก็มีตัวเลือกเพิ่มมากขึ้น นั่นหมายถึงยอดขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่น้อยลงด้วย

นอกจากนั้น ชนชั้นกลางของจีนยังนิยมเดินทางโดยเครื่องบินมากขึ้น โดยกรมการบินพลเรือนของจีนระบุว่า มียอดเที่ยวบินในประเทศและต่างประเทศเกือบ 5 ร้อยล้านเที่ยวบินในปี 2016

4.อาหาร'สำเร็จรูป' รูปแบบใหม่

จากข้อมูลของรัฐบาล มีคนจีนราว 730 ล้านคนแล้วที่เข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ และร้อยจาก 95 ในจำนวนนั้นใช้สมาร์ทโฟนในการเชื่อมต่อสื่อสาร และคนก็สามารถใช้แอปพลิเคชันในการสั่งอาหารให้มาส่งได้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน แม้ว่าจะราคาแพงกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแน่นอน แต่มันก็อร่อยกว่า

Image copyright AFP

อันดับ 1 อยู่ดี

อย่างไรก็ตาม ยอดขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในจีนก็ยังครองอับดับหนึ่งในโลก โดยในปี 2016 มีจำนวนมากกว่ายอดขายในอินโดนีเซียซึ่งตามมาเป็นอัน 2 ถึง 3 เท่าตัว และถ้าคำนวณโดยคร่าว ๆ ยอดรวมในจีนมีจำนวนเท่ากับจำนวนยอดขายใน อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เวียดนาม อินเดีย สหรัฐ เกาหลีเหนือ และฟิลิปปินส์ มารวมกัน

นี่หมายความว่าผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในระดับโลกจะยังให้ความสนใจตลาดในจีนต่อไป ตัวอย่างเช่น บริษัท นิสชิน ฟูดส์ ของญี่ปุ่น ที่กำลังเตรียมที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง โดยตั้งเป้าระดมทุนให้ได้ 145 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 4.7 พันล้านบาท

ไม่บ่อยที่บริษัทญี่ปุ่นจะตัดสินใจจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง แต่ นิสชิน ฟูดส์ ซึ่งเป็นบริษัทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ในจีน หวังว่าจะเพิ่มยอดขายมากขึ้น

"ผู้บริโภคบางคนหยุดกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไป แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่อยากจะให้สิ่งที่พวกเขากินมีคุณภาพขึ้น เราสามารถให้สินค้าที่มีคุณภาพสูงได้ นั่นหมายความว่าจะพัฒนาธุรกิจเราไปได้ต่อ" นาย คิโยตากะ อันโด ประธานบริหารบริษัท นิสชิน ฟูดส์ บอกกับช่องโทรทัศน์ ซีเอ็นบีซี ของสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว