ยูเอ็นออกมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือเพิ่มอีก

การทดลองนิวเคลียร์และขีปนาวุธทำให้สหประชาชาติออกมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนืออย่างต่อเนื่อง Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ การทดลองนิวเคลียร์และขีปนาวุธทำให้สหประชาชาติออกมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนืออย่างต่อเนื่อง

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ออกมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมแก่เกาหลีเหนือ โดยยกระดับมาตรการให้มีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการลงโทษหลังจากที่เกาหลีเหนือยังคงทดสอบขีปนาวุธอยู่อย่างไม่ลดละ

มาตรการคว่ำบาตรในครั้งนี้ ตัดลดปริมาณน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ต่างชาติส่งออกไปยังเกาหลีเหนือลงถึง 90% ของปริมาณนำเข้าปกติ โดยให้มีการส่งออกน้ำมันดิบไปยังเกาหลีเหนือได้ไม่เกิน 4 ล้านบาร์เรลต่อปี และส่งออกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมอื่น ๆ ได้ไม่เกิน 500,000 บาร์เรลต่อปี

มาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ยังกำหนดให้แรงงานเกาหลีเหนือที่ทำงานในต่างประเทศ จะต้องกลับคืนสู่ภูมิลำเนาภายในเวลา 24 เดือนหลังจากนี้ ซึ่งจะเป็นการขจัดแหล่งรายได้หลักที่เป็นเงินตราต่างประเทศของเกาหลีเหนือ นอกจากนี้ยังมีการห้ามนำเข้าสินค้าจากเกาหลีเหนือจำพวกเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้าเพิ่มเติมอีกด้วย

มติคว่ำบาตรเกาหลีเหนือเพิ่มเติมซึ่งเสนอโดยสหรัฐฯในครั้งนี้ ได้รับความเห็นชอบจากทั้งจีนและรัสเซียซึ่งเป็นพันธมิตรและผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ไปยังเกาหลีเหนือ แม้ว่าที่ผ่านมาทั้งสองประเทศจะเคยคัดค้านการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือเพิ่มเติมก็ตาม

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ คณะมนตรีความมั่นคงฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือให้เข้มงวดยิ่งขึ้น

นางนิกกี เฮลีย์ ทูตสหรัฐฯประจำสหประชาชาติกล่าวว่า มาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมครั้งนี้ "ส่งสารที่ชัดแจ้งไปยังรัฐบาลเกาหลีเหนือว่า หากยังดื้อดึงขัดขืนอยู่อีกต่อไป ก็จะยิ่งเจอกับการลงโทษและถูกโดดเดี่ยวมากยิ่งขึ้น" ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตข้อความขานรับมติของคณะมนตรีความมั่นคงฯว่า "โลกต้องการสันติภาพ ไม่ใช่ความตาย"

ก่อนหน้านี้สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ของทางการเกาหลีเหนือ รายงานว่ากระทรวงการต่างประเทศของตนได้แถลงประณามแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงฉบับใหม่ของสหรัฐฯ ว่าเป็นแผนของ "อาชญากร" เนื่องจากระบุว่าอาจมีการระดมกำลังรบอย่างเต็มอัตราศึกเพื่อโจมตีเกาหลีเหนือ

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือยังระบุว่า แผนการดังกล่าวคือส่วนหนึ่งในแผนยึดครองโลกของสหรัฐฯ และเป็นคำประกาศเตรียมรุกรานเกาหลีเหนือ "โดยบีบคั้นประเทศของเรา และเปลี่ยนคาบสมุทรเกาหลีให้เป็นป้อมปราการด่านหน้าของตนเพื่อแสวงหาความเป็นใหญ่"

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม