เพิ่มเติม: ตาย 10 ประท้วงรัฐบาลอิหร่าน

Nighttime photo shows fires in a Tehran street Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ยอดรวมผู้เสียชีวิตมีอย่างน้อย 12 รายแล้วตั้งแต่การประท้วงเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 ธ.ค.

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สถานีโทรทัศน์ของทางการอิหร่านระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 10 ราย ขณะผู้ประท้วงพยายามบุกเข้ายึดสถานีตำรวจและฐานที่ตั้งกองทัพเมื่อคืนนี้ (31 ม.ค.) โดยมียอดรวมผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 รายแล้วตั้งแต่การประท้วงเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 ธ.ค.

เหตุการณ์ชุมนุมประท้วงในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ใหญ่และร้ายแรงที่สุดของอิหร่านนับแต่การชุมนุมประท้วงเมื่อปี 2009 เป็นต้นมา

"ผู้ประท้วงที่ติดอาวุธพยายามบุกเข้ายึดสถานีตำรวจและฐานที่ตั้งของกองทัพบางแห่ง แต่ต้องเผชิญกับแรงต้านจากกองกำลังรักษาความมั่นคง" สถานีโทรทัศน์ของอิหร่านระบุ โดยเผยแพร่ภาพอาคารต่าง ๆ ที่ถูกทำลาย แต่ไม่ได้อธิบายเพิ่มเติมว่าเกิดอะไรขึ้น และยังไม่สามารถยืนยันข้อมูลได้

เหตุประท้วงต่อต้านรัฐบาลอิหร่านซึ่งมีขึ้นตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (28 ธ.ค.) ได้แผ่ขยายออกไปในอีกหลายเมืองทางตอนเหนือของประเทศ โดยผู้ประท้วงหลายพันคนเรียกร้องให้ทางการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น รวมทั้งปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน และให้หยุดใช้งบประมาณของชาติเข้าแทรกแซงกิจการต่างประเทศ

บางฝ่ายเรียกร้องให้คือ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ลาออกจากตำแหน่ง และบอกว่ารัฐบาลนี้เป็น"โจร" ผู้ประท้วงบอกว่าพวกเขาไม่พอใจเรื่องการคอร์รัปชันและสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ โดยอัตราการว่างงานของคนหนุ่มสาวพุ่งสูงถึง 28.8 เปอร์เซ็นต์ ในปีที่แล้ว

การชุมนุมประท้วงนี้ดำเนินต่อเนื่องมาข้ามคืน แม้ว่าก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี จะออกมาเรียกร้องให้ผู้ประท้วงอยู่ในความสงบ

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ชาวอิหร่านในต่างแดนแสดงพลังสนับสนุนผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลในประเทศ ที่ด้านหน้าสถานทูตอิหร่านในกรุงลอนดอน

นายโรฮานีกล่าวว่าประชาชนมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล รวมทั้งสามารถจัดการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลได้โดยเสรี แต่จะต้องไม่กระทบต่อความมั่นคงปลอดภัย

ผู้นำอิหร่านกล่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า "ประชาชนมีเสรีภาพโดยสมบูรณ์ในการแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลรวมทั้งจัดการประท้วง แต่ต้องอยู่ในแนวทางที่จะนำไปสู่การพัฒนาประเทศ"

นายโรฮานียอมรับว่าประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำจริง รวมทั้งยอมรับว่ารัฐบาลมีปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่จะต้องแก้ไข แต่การแสดงความเห็นโดยสุจริตในเรื่องดังกล่าวนั้น แตกต่างจากการก่อความรุนแรงและเหตุทำลายสาธารณสมบัติที่กำลังเกิดขึ้นโดยสิ้นเชิง ซึ่งรัฐบาลจะไม่ทนต่อพฤติกรรมเช่นนี้

นายโรฮานียังกล่าวตอบโต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ซึ่งลงข้อความทางทวิตเตอร์วิจารณ์สถานการณ์ภายในอิหร่านหลายครั้งในทำนองที่ชักจูงให้ประชาชนโค่นล้มระบอบเผด็จการว่า นายทรัมป์ซึ่งเป็นศัตรูของอิหร่านอย่างเต็มตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่มีสิทธิจะมาแสดงความเห็นใจประชาชนชาวอิหร่านที่เขาเคยประณามว่าเป็นผู้ก่อการร้ายไปเมื่อหลายเดือนก่อน

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี เตือนผู้ชุมนุมว่าจะไม่ทนต่อการก่อเหตุรุนแรงทำลายสาธารณสมบัติ

ล่าสุดนายทรัมป์ได้ทวีตข้อความว่า "ในที่สุดประชาชนชาวอิหร่านก็ฉลาดรู้ทันว่า เงินทองและความมั่งคั่งของพวกเขาถูกขโมยและนำไปใช้อย่างเปล่าประโยชน์กับการก่อการร้ายได้อย่างไร"

ส่วนสถานการณ์การชุมนุมล่าสุด ประชาชนในเมืองใหญ่กว่าสิบแห่งรวมทั้งกรุงเตหะรานยังคงออกมาตามท้องถนนและร้องตะโกนคำขวัญต่อต้านเผด็จการต่อไป ในขณะที่ทางการอิหร่านได้ออกข้อกำหนดชั่วคราวเพื่อจำกัดการใช้แอปพลิเคชันเทเลแกรมและอินสตาแกรมในประเทศ เนื่องจากมองว่าสื่อสังคมออนไลน์มีบทบาทอย่างมากในการปลุกระดมให้ผู้คนออกมาชุมนุมและก่อเหตุวุ่นวายตามท้องถนน

เมื่อวานนี้ (31 ธ.ค.) กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามขู่ว่า บรรดาผู้ประท้วงจะต้องพบกับ "กำปั้นเหล็กของชาติ" หากยังก่อเหตุรุนแรงเช่นเผารถตำรวจและอาคารที่ทำการของรัฐบาลอยู่ต่อไป

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม