โอลิมปิกในเกาหลีใต้ เรื่องปวดขมองของเปียงยาง

Kuk Hyang Kim (PRK) of North Korea competes in weightlifting at the Rio Olympics Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ เกาหลีเหนือร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งแรกในปี 1964 และกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนในปี 1972

โอลิมปิกฤดูหนาวในช่วงเดือน ก.พ. ที่เมืองพยองชางของเกาหลีใต้ อาจเป็นทั้งโอกาสและวิกฤตให้แก่ชาติคอมมิวนิสต์ที่มีขีปนาวุธนิวเคลียร์ทางตอนเหนือของคาบสมุทรเกาหลี

สำหรับเกาหลีเหนือ ประเทศที่ยึดถือภาพลักษณ์เป็นเรื่องสำคัญ การจะเข้าร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกหรือไม่นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะตัดสินใจ

หากคิม จอง อึนตัดสินใจเข้าร่วม ความสำเร็จของนักกีฬาย่อมถูกใช้เพื่ออวดอ้างชัยชนะของผู้นำและประเทศ แต่ความล้มเหลวอาจส่งผลร้ายต่อภาพลักษณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากแพ้คู่ปรับสำคัญเช่น ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และเกาหลีใต้

เกาหลีเหนือเข้าร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวจริง นี่จะเป็นก้าวสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ ที่โดยทฤษฎีแล้วยังสู้รบกันอยู่ในสงคราม

แม้ว่ามีนักกีฬาเกาหลีเหนือเพียง 2 คนเท่านั้นที่ผ่านรอบคัดเลือกเข้าแข่ง มันก็เป็นเรื่องใหญ่สำหรับศักดิ์ศรีของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการตอบโต้และขู่คุกคามกันไปมากับสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ ในช่วงที่ผ่านมาเรื่องอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธ

ไม่ใช่หมู

เกาหลีเหนือร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งแรกในปี 1964 และกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนในปี 1972 ทำผลงานได้ไม่เลว โดยได้เหรียญมาทั้งหมด 56 เหรียญ ซึ่งเป็นเหรีญทอง ถึง16 เหรียญ โดยส่วนใหญ่ได้จากการแข่งขันมวยปล้ำ ยูโด และมวย แต่ มีเพียง 2 เหรียญเท่านั้นที่ได้จากการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว

แพ้ไม่ฉาย

ในเกาหลีเหนือ การแข่งขันกีฬาจะถูกเผยแพร่ล่าช้ากว่าเวลาจริง ด้วยเหตุผลว่า เมื่อผลการแข่งขันออกมาไม่ดี เช่น การแข่งขันเอเชียนเกมส์เมื่อปี 2014 ทีมฟุตบอลเกาหลีเหนือผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศกับทีมเกาหลีใต้ แม้จะมีการปลุกเร้าแฟนบอลอย่างยิ่งใหญ่ในตอนแรก แต่ท้ายที่สุด กลับไม่มีการรายงานข่าวใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะเกาหลีใต้เอาชนะไปได้ 1:0 โดยยิงได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

"พวกเขาไม่เคยพูดถึงผลการแข่งขันเลย" อลิสแตร์ โคลแมน นักวิเคราะห์ด้านเกาหลีเหนือของบีบีซี มอนิเตอร์ริง ระบุ "หากดูจากสื่อของทางการ ไม่มีใครในเกาหลีเหนือที่รู้ผลการแข่งขันนัดนั้นเลย"

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ต่างประทับใจกับมิตรภาพระหว่างนักกีฬายิมนาสติกของทั้งสองเกาหลี ที่ถ่ายภาพเซลฟี่ร่วมกันในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนของปีที่แล้ว

ชะตากรรมของผู้แพ้

นักกีฬาที่มีชื่อเสียงได้รับการปฏิบัติอย่างดีในเกาหลีเหนือ และถ้าชนะในการแข่งขันโอลิมปิก พวกเขาได้รับรถหรู หรือ อพาร์ทเมนท์ เป็นรางวัลตอบแทน เข้าร่วมในขบวนแห่เฉลิมฉลองชัยชนะ ซึ่งถูกวาดภาพว่า มาจากความเมตตากรุณาของประเทศและผู้นำ ที่มีต่อนักกีฬา

แม้มีข่าวลือว่านักกีฬาที่แพ้ถูกส่งไปอยู่ในค่ายกักกัน แต่นักวิเคราะห์บอกว่าไม่สามารถยืนยันเรื่องนี้ได้

"ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ความล้มเหลวทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ แต่ทางการก็ตระหนักว่าหากส่งนักกีฬา(ที่แพ้)ไปค่ายกักกัน พวกเขาก็จะไม่มีนักกีฬาเหลือแล้ว" ฟีโอดอร์ เทอร์ทิตสกี นักวิเคราะห์ของ เอ็น.เค.นิวส์ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เสนอข่าวและบทวิเคราะห์เกี่ยวกับเกาหลีเหนือโดยเฉพาะ ระบุ

แม้ว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงในช่วงหลัง ๆ มา นักกีฬายูโดที่แพ้ในรอบชนะเลิศในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กรุงปักกิ่งเมื่อปี 1990 และแปรพักตร์จากเกาหลีเหนือในเวลาต่อมา บอกว่าเขาถูกส่งไปอยู่เหมืองถ่านหินเพราะความพ่ายแพ้นั้น

ดูเหมือนว่าที่ผ่านมา ไม่เคยมีการแปรพักตร์เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันโอลิมปิกมาก่อน เนื่องจากอาจทำให้สมาชิกในครอบครัวของนักกีฬาตกอยู่ในอันตราย ซึ่งเป็นกรณีเดียวกันกับนักการทูตของเกาหลีเหนือ

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ เกาหลีใต้จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในปี 2018

คว่ำบาตรและลอบวางระเบิด

หลังจากการคว่ำบาตรการแข่งขันโอลิมปิกที่กรุงมอสโกในปี 1980 ที่นำโดยสหรัฐฯ เกาหลีเหนือก็ปฏิเสธการเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกที่นครลอสแอนเจลิสเมื่อปี 1984 ตามการนำของสหภาพโซเวียต

แต่เหตุการณ์ที่ทำให้เกาหลีเหนือไม่พอใจคือการที่กรุงโซลของเกาหลีใต้ได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิกในปี 1988 โดย เทอร์ทิตสกีบอกว่า เกาหลีเหนือได้เรียกร้องให้ย้ายไปจัดที่อื่น หรือไม่ก็ให้ทั้งสองประเทศเป็นเจ้าภาพร่วมกัน

การวางระเบิดเครื่องบินของสายการบินเกาหลีใต้โดยสายลับเกาหลีเหนือเมื่อปี 1987 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 115 คน เป็นหนึ่งในแผนการบ่อนทำลายเกาหลีใต้

หญิงคนหนึ่งที่เป็นหนึ่งในทีมสายลับเกาหลีเหนือในตอนนั้นให้สัมภาษณ์กับบีบีซีเมื่อปี 2013 ว่า ผู้บังคับบัญชาเธอบอกว่าการวางระเบิดนั้นจะ "สร้างความวุ่นวายและสับสนในเกาหลีใต้"

ความหวังของเกาหลีเหนือ

หากเกาหลีเหนือเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกในครั้งนี้จริง ความกดดันทั้งหมดจะตกอยู่กับนักกีฬาสเก็ตน้ำแข็งคู่ ซึ่งคือ คิม ชูชิค ในวัย 25 ปี และ ยอม แทอก ในวัย 18 ปี

ผู้ฝึกสอนชาวแคนาดาบอกว่า นักกีฬาทั้งสองอยู่ในสภาพเหมือน "เพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน" ตอนที่เจอกันครั้งแรก เขาบอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า "ฝันสูงสุดของพวกเขาคือการเป็นแชมป์โลก"

นักวิเคราะห์บางฝ่ายมองว่า ความสนใจเข้าร่วมแข่งขันเป็นวิธีการของเกาหลีเหนือที่จะกอบกู้ชื่อเสียงของประเทศกลับมา หลังจากการตอบโต้กับสหรัฐฯ เรื่องการทดสอบขีปนาวุธมาหลายเดือน

สำหรับเกาหลีใต้ การมีเกาหลีเหนือมาเข้าร่วมการแข่งขันด้วย จะทำให้แน่ใจได้ว่าจะไม่มีการทดสอบขีปนาวุธใด ๆ ระหว่างช่วงเวลาการแข่งขัน

อาจมองได้ว่าความสนใจเข้าร่วมการแข่งขันเป็นความพยายามของเกาหลีเหนือที่จะสร้างความแตกแยกระหว่างเกาหลีใต้กับชาติพันธมิตรอย่างสหรัฐฯ ซึ่งพยายามกดดันเกาหลีเหนือให้ล้มเลิกโครงการการพัฒนาขีปนาวุธ