ปธน.ทรัมป์ มีปุ่มสั่งยิงนิวเคลียร์จริงหรือ?

นายทหารผู้ช่วยจากหน่วยนาวิกโยธิน ถือนิวเคลียร์ฟุตบอล ขึ้นเฮลิคอปเตอร์เมื่อเดือนพฤศจิกายน Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ นายทหารผู้ช่วยจากหน่วยนาวิกโยธิน ถือนิวเคลียร์ฟุตบอล ขึ้นเฮลิคอปเตอร์เมื่อเดือนพฤศจิกายน

จากการที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่เกาหลีเหนือผ่านข้อความทางทวิตเตอร์ว่า มี "ปุ่มสั่งยิงนิวเคลียร์" จึงทำให้เกิดข้อสงสัยตามมาว่า ปุ่มกดดังกล่าวมีอยู่จริงหรือไม่

ในความเป็นจริงแล้ว การสั่งยิงอาวุธนิวเคลียร์มีขั้นตอนที่ซับซ้อนกว่าการกดปุ่มเปลี่ยนช่องโทรทัศน์ แต่ที่อาจจะน่าแปลกใจคือ นี่เป็นกระบวนการที่มี 'ฟุตบอล' และ 'บิสกิต' เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ดังนั้น แม้ว่าปุ่มนิวเคลียร์จะเป็นวลีที่เข้าใจกันโดยทั่วไป แต่คำตอบที่ชัดเจนคือ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้มีปุ่มสำหรับใช้กดเพื่อสั่งยิงอาวุธนิวเคลียร์

สิ่งที่ประธานาธิบดีมี

เมื่อ 20 มกราคม 2017 มีนายทหารผู้ช่วยคนหนึ่งถือกระเป๋าหนัง เดินทางพร้อมกับประธานาธิบดีบารัค โอบามา ไปร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวคำสาบานตนจบ นายทหารผู้ช่วยคนดังกล่าวพร้อมกระเป๋าหนัง ได้เปลี่ยนตำแหน่งไปยืนอยู่ทางฝั่งที่ประธานาธิบดีคนใหม่แทน

กระเป๋าหนังใบดังกล่าว มีชื่อเรียกว่า "นิวเคลียร์ฟุตบอล" โดยเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่จำเป็นสำหรับการสั่งยิงอาวุธนิวเคลียร์ และในเชิงทฤษฎีแล้ว กระเป๋าใบนี้จะต้องอยู่ใกล้ตัวประธานาธิบดีตลอดเวลา เช่น เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีผู้เชี่ยวชาญระบุกับสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นว่า ฟุตบอลถูกนำขึ้นรถบักกี้ เพื่อติดตามประธานาธิบดีไปในขณะที่เล่นกอล์ฟด้วย

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ พิธีสาบานตนรับตำแหน่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อเดือนมกราคม 2560

ฟุตบอลคืออะไร?

ในฟุตบอลไม่มีปุ่มกดแต่อย่างใด และไม่มีนาฬิกาสำหรับนับถอยหลังสู่สงครามวันสิ้นโลก แต่สิ่งที่อยู่ในกระเป๋าหนังใบดังกล่าว คือ เครื่องมือสื่อสาร และคู่มือการทำสงครามตามแผนที่เตรียมเอาไว้ล่วงหน้า โดยเป็นแผนที่ถูกออกแบบมาสำหรับการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

ในปี 1980 นายบิล กัลลีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานกลาโหมของทำเนียบขาว กล่าวว่า ทางเลือกในการตอบโต้ มี 3 แบบ คือ "ดิบ สุกปานกลาง และสุกเกือบเกรียม"

บิสกิตคืออะไร?

"บิสกิต" คือกระดาษที่แสดงรหัสที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องนำติดตัวไปด้วยตลอดเวลา โดยจะพกแยกจากฟุตบอล และหากประธานาธิบดีจะสั่งโจมตี เขาจะต้องใช้รหัสนี้เพื่อแสดงตัวกับกองทัพ

สถานีโทรทัศน์เอบีซี เคยตั้งคำถามกับประธานาธิบดีทรัมป์ หลังจากที่เข้ารับตำแหน่ง ถึงความรู้สึกของการเป็นผู้ถือ "บิสกิต" เขาตอบว่า "ตอนที่เจ้าหน้าที่อธิบายว่ามันคือตัวแทนของอะไร และพูดถึงอำนาจการทำลายล้างแบบนั้น ถือเป็นช่วงเวลาที่จริงจังมาก" และ "ในแง่หนึ่งมันน่ากลัวมาก ๆ"

Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ นายทหารเรือหิ้วกระเป๋า "นิวเคลียร์ฟุตบอล" ติดตามประธานาธิบดีทรัมป์ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ในทำเนียบขาว เมื่อเดือนสิงหาคม 2560

ด้านโรเบิร์ต "บัซ" แพทเทอร์สัน อดีตนายทหารผู้ช่วยเล่าว่า อดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน เคยทำรหัสดังกล่าวหายในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง ซึ่งปกติแล้วอดีตประธานาธิบดีคลินตัน จะเก็บบิสกิตเอาไว้ในกระเป๋ากางเกงกับการ์ดใบอื่น ๆ ที่ใช้แถบยางรัดรวมกันไว้ ซึ่งในช่วงเช้าของวันที่มีข่าวอื้อฉาวกรณี น.ส.ลูวินสกี อดีตประธานาธิบดีคลินตัน ยอมรับว่าเขาหารหัสไม่พบมาระยะหนึ่งแล้ว

นอกจากนี้ พลเอกฮิว เชลตัน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง กล่าวว่า อดีตประธานาธิบดีคลินตัน เคยทำบิสกิตหายไปนานเป็นเดือน

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์อย่างไร?

สำหรับสหรัฐอเมริกา ผู้ที่จะสั่งโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ได้ มีแต่ประธานาธิบดีคนเดียวเท่านั้น โดยหลังจากที่แสดงตัวแล้ว ประธานาธิบดีจะต้องสั่งการไปยังประธานเสนาธิการร่วม ซึ่งถือว่าเป็นนายทหารที่มีตำแหน่งสูงสุดในกองทัพ จากนั้นคำสั่งจะถูกส่งต่อไปยังหน่วยบัญชาการยุทธศาสตร์ทหาร ที่ฐานทัพอากาศออฟฟ์อัท ในรัฐเนแบรสกา เพื่อส่งให้กับทีม "ในพื้นที่" ซึ่งอาจจะอยู่บนบก บนเรือรบ หรือในเรือดำน้ำ

คำสั่งยิงนี้จะถูกส่งโดยใช้รหัส ซึ่งจะต้องตรงกับรหัสที่เก็บล็อคไว้ในตู้นิรภัยของทีมที่จะทำหน้าที่ยิงโจมตีด้วย

Image copyright GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ วิวาทะเรื่องปุ่มกดนิวเคลียร์ เกิดจากนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือแถลงทางโทรทัศน์เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ว่า ขณะนี้ได้ติดตั้งปุ่มยิงปล่อยอาวุธนิวเคลียร์ไว้ที่โต๊ะทำงานของตนตลอดเวลา

จะมีผู้ขัดคำสั่งประธานาธิบดีได้หรือไม่?

ประธานาธิบดี คือผู้นำสูงสุดที่มีอำนาจสั่งการในกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งผู้รับคำสั่งจะต้องปฏิบัติตาม ทว่า ยังมีความเป็นไปได้เจ้าหน้าที่จะขัดคำสั่ง

เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี ที่รัฐสภาสหรัฐฯ เปิดการอภิปรายประเด็นอำนาจของประธานาธิบดีในการสั่งโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ โดยพลเอกซี โรเบิร์ต เคห์เลอร์ ผู้เชี่ยวชาญและผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการยุทธศาสตร์กองทัพสหรัฐฯ ระหว่างปี 2011 ถึง 2013 กล่าวต่อคณะกรรมาธิการฯ ว่า จากที่ได้รับการฝึกฝนมา เขาจะทำตามคำสั่งโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์จากประธานาธิบดี แต่จะทำในกรณีที่อยู่ภายใต้กฎหมายเท่านั้น

พลเอกเคห์เลอร์ อธิบายว่าในบางกรณี "ผมจะบอกว่า ผมไม่พร้อมจะทำตาม" ทำให้สมาชิกวุฒิสภารายหนึ่งตั้งคำถามต่อว่า "แล้วจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น" ซึ่งพลเอกเคห์เลอร์ ยอมรับว่า "ผมไม่ทราบ" และจากนั้น คณะกรรมาธิการของวุฒิสภาจึงส่งเสียงหัวเราะ

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม