ซาอุฯ เดินหน้าพาบริษัทน้ำมันแห่งชาติ 'อารามโก' เข้าตลาดหุ้นครึ่งหลังปีนี้ หลังข่าวลือว่าอาจเลื่อน

อารามโกในเมืองดัมมันของซาอุฯ Image copyright Getty Images

รัฐบาลซาอุฯ เปลี่ยนสถานะอารามโก บริษัทน้ำมันแห่งชาติเป็นบริษัทร่วมทุน เพื่อเตรียมทำไอพีโอที่อาจมีมูลค่าสูงที่สุดในโลกถึง 3.3 ล้านล้านบาท ในครึ่งหลังปีนี้

รัฐบาลซาอุฯ มีแผนจะขายหุ้น 5% ของบริษัทอารามโก ให้แก่สาธารณชนภายในปีนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ วิสัยทัศน์ 2030 (Vision 2030) หรือแผนการปฏิรูปเพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศลดการพึ่งพาน้ำมัน ของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุฯ

ต้องเป็นบริษัท 'ร่วมหุ้น' ก่อน

แหล่งข่าวจากอารามโก เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า การเปลี่ยนสถานะบริษัทอารามโก ซึ่งถูกตีพิมพ์ลงในประกาศคณะรัฐมนตรีในวันที่ 5 ม.ค. คือสิ่งที่บริษัทในประเทศต้องทำก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่ยังไม่ระบุว่าในประเทศใด

การดำเนินการนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่ากระบวนการนำหุ้นเข้าไปเสนอขายต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก หรือ ไอพีโอ (initial public offering--IPO) กำลังเดินหน้าต่อไป แม้ว่าจะมีการคาดการณ์จากตลาดว่า แผนการไอพีโออาจจะถูกเลื่อนออกไป หรือไม่ก็ยกเลิก

เจ้าชายโมฮัมเหม็ด ทรงกล่าวกับรอยเตอร์เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่า เรื่องนี้ยังคงดำเนินการต่อไปตามแผนในปี 2018

รอยเตอร์รายงานโดยอ้างกฎข้อบังคับของบริษัทที่ตีพิมพ์ในประกาศข่าวของทางการว่า อารามโกได้นำเงินทุน 6 หมื่นล้านริยัล หรือราว 5.15 แสนล้านบาท มาแบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 2 แสนล้านหุ้น

รัฐบาลซาอุฯ ยังมีอำนาจตัดสินใจสูงสุด

คณะกรรมการของบริษัทจะมีสมาชิก 11 คน และมีอำนาจในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศและต่างประเทศได้ โดยรัฐบาลซาอุฯ จะเสนอชื่อสมาชิกคณะกรรมการบริษัทได้ 6 คน ส่วนผู้ถือหุ้นที่มีหุ้นมากกว่า 0.1% จะมีสิทธิ์เสนอชื่อสมาชิกต่อที่ประชุมใหญ่ได้ 1 คน รัฐบาลมีสิทธิ์แต่งตั้งหรือเปลี่ยนแปลงประธานบริษัท ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งโดยนายคาลิด อัล-ฟาลีห์ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน

รัฐบาลซาอุฯ จะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของอารามโก และมีอำนาจตัดสินใจสูงสุดเกี่ยวกับการกำหนดระดับการผลิตน้ำมันและกำลังการผลิต

คาดเป็นไอพีโอที่ระดุมทุนได้สูงสุดในโลก

เจ้าหน้าที่ทางการซาอุฯ กล่าวว่า ได้มีการพิจารณาตลาดหลักทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ อย่างเช่น นิวยอร์ก, ลอนดอน, โตเกียว และฮ่องกง เพื่อการนำหุ้นบางส่วนของบริษัทเข้าไปเสนอขายต่อสาธารณชน

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย

ด้านนักลงทุนต่างพูดถึงอารามโกมาเป็นเวลานานว่า บริษัทนี้อาจมีมูลค่าเกือบ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 66 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนที่มกุฎราชกุมารแห่งซาอุฯ ทรงเคยประกาศไว้ พระองค์ทรงมีพระราชประสงค์จะระดมทุนผ่านไอพีโอเพื่อนำไปใช้ในการลงทุนที่มีเป้าหมายให้ซาอุฯ ลดการพึ่งพาน้ำมันดิบลง โดยคาดว่าจะระดมทุนได้ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 3.3 ล้านล้านบาท ซึ่งจะเป็นไอพีโอที่มีมูลค่าสูงสุดในประวัติศาสตร์

ทรัมป์โน้มน้าวให้จดทะเบียนที่นิวยอร์ก

ขณะนี้ทางอารามโกยังไม่ตัดสินใจว่าจะทำไอพีโอที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งใด แต่การเข้ามาแทรกแซงโดยตรงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ก็น่าจะเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลซาอุฯ ในการพิจารณาเลือกตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ พระราชาธิบดีซัลมานแห่งซาอุดีอาระเบียทรงต้อนรับนายทรัมป์ และภริยา ขณะเดินทางมาถึงกรุงริยาด เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว

ไฟแนนเชียลไทมส์ รายงานว่า นายทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่เดินทางไปญี่ปุ่นพร้อมกับเขาบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วว่า "ผมรู้ว่าเขามองลอนดอน ผมรู้ว่าเขากำลังมองที่อื่น อาจจะพิจารณาของตัวเองด้วย พวกเขามีตลาดหุ้นที่เล็กกว่ามาก ผมก็เลยอยากให้เขาพิจารณาตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก หรือแนสแดก" และเขายังกล่าวด้วยว่า "ผมเพิ่งคุยกับกษัตริย์ [ซาอุดีอาระเบีย] เมื่อไม่นานมานี้ และพวกเขาจะพิจารณา"

ด้านนักกฎหมายและที่ปรึกษาของอารามโก แสดงความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านกฎหมายและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับการจดทะเบียนในสหรัฐฯ ซึ่งสูงกว่าการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งอื่น

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม