โจชัว หว่อง ต้องโทษจำคุกอีกจากคดีชุมนุมปี 2014

โจชัว หว่องเป็นสัญญลักษณ์ของการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงปี 2014 Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ โจชัว หว่องเป็นสัญญลักษณ์ของการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงปี 2014

ศาลฮ่องกงมีคำพิพากษาให้นายโจชัว หว่อง หนึ่งในผู้นำการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อปี 2014 ต้องโทษจำคุกอีก 3 เดือนในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล เนื่องจากเข้าขัดขวางการรื้อถอนพื้นที่ชุมนุมในใจกลางย่านธุรกิจของฮ่องกง ที่มีขึ้นตามคำสั่งศาลเมื่อกว่า 3 ปีก่อน

ศาลปฏิเสธไม่ให้ประกันตัวกับนายหว่อง แต่จะรับฟังคำให้การจากทนายจำเลยเพิ่มเติมเป็นครั้งที่สองภายในวันนี้ (17 ม.ค.) ส่วนเพื่อนผู้ร่วมเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยกับนายหว่องหลายคนได้รับโทษจำคุกเช่นกัน แต่ส่วนใหญ่ศาลให้รอลงอาญาไว้ก่อน เว้นแต่นายราฟาเอล หว่อง ซึ่งต้องโทษจำคุก 4 เดือนกับอีก 15 วัน

ก่อนหน้านี้นายโจชัว หว่อง ถูกศาลพิพากษาจำคุก 6 เดือน ในความผิดฐานชุมนุมโดยผิดกฎหมายมาแล้ว แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการประกันตัวและกำลังยื่นอุทธรณ์คดีดังกล่าว โดยทนายของเขาเพิ่งยื่นเรื่องต่อศาลไปเมื่อวานนี้

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ การชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในปี 2014 ทำให้พื้นที่ย่านใจกลางฮ่องกงต้องกลายเป็นอัมพาตไปนานหลายสัปดาห์

ก่อนการพิจารณาคดีครั้งล่าสุดเริ่มขึ้น นายหว่องวัย 21 ปีกล่าวว่า เขาไม่เสียใจที่มีส่วนร่วมในการชุมนุมประท้วงปี 2014 "พวกเขาอาจกักขังร่างกายเราได้ แต่ขังใจเราไม่ได้" นายหว่องกล่าว เขายังได้ยอมรับผิดต่อศาลและบอกว่าตั้งใจจะไม่สู้คดีนี้

เมื่อเดือนส.ค.ของปีที่แล้ว ศาลได้ตัดสินให้นายหว่องทำงานบริการชุมชนเป็นการลงโทษสำหรับคดีก่อเหตุชุมนุมประท้วง แต่คณะผู้บริหารฮ่องกงฮ่องกงได้ยื่นคำร้องให้ศาลพิจารณาโทษของนายหว่องเสียใหม่ จนมีการตัดสินให้เขาต้องโทษจำคุก 6 เดือนในที่สุด อย่างไรก็ตาม ศาลจะพิจารณาคดีที่นายหว่องยื่นอุทธรณ์ต่อกรณีนี้ในภายหลัง

ทั้งนี้ นักศึกษาคือตัวขับเคลื่อนสำคัญในการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งใหญ่เมื่อปี 2014 หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ขบวนการร่ม" ซึ่งชาวฮ่องกงจำนวนมากร่วมกันแสดงพลังต่อต้านการแผ่ขยายอิทธิพลของรัฐบาลจีนเข้าครอบงำการบริหารส่วนท้องถิ่น และเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าการเขตปกครองพิเศษโดยตรง แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ โดยสถานที่ซึ่งผู้ชุมนุมปักหลักประท้วงในย่านเซ็นทรัลของฮ่องกงมาเป็นเวลาร่วม 3 เดือน ถูกรื้อถอนทำลายไปในที่สุด

นับแต่อังกฤษส่งมอบฮ่องกงคืนแก่จีนในปี 1997 รัฐบาลจีนยินยอมที่จะบริหารฮ่องกงภายใต้หลักการ "หนึ่งประเทศ สองระบบ" โดยเว้นแต่กิจการต่างประเทศและความมั่นคงแล้ว ฮ่องกงจะมีอำนาจปกครองตนเองในระดับสูงไปอีก 50 ปีนับจากนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ไม่กี่ปีที่ผ่านมารัฐบาลจีนได้พยายามเข้าแทรกแซงและควบคุมการบริหารเขตปกครองพิเศษแห่งนี้อย่างแน่นหนาขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม