สหรัฐฯ เผยนโยบายความมั่นคงใหม่ระวังภัยจีน-รัสเซีย ไม่เน้นปราบก่อการร้าย

กองเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯคือเครื่องมือในการแผ่อิทธิพลทางทหารไปทั่วโลก Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ กองเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ คือเครื่องมือในการแผ่อิทธิพลทางทหารไปทั่วโลก

นายเจมส์ แมตทิส รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ เผยว่านโยบายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่จะไม่มุ่งเน้นปราบปรามการก่อการร้ายอีกต่อไป แต่จะให้ความสำคัญกับการต่อต้านภัยจากมหาอำนาจที่เป็นคู่แข่งอย่างจีนและรัสเซียเป็นอันดับแรก

นายแมตทิสกล่าวดังข้างต้น ในการปาฐกถาที่มหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ในกรุงวอชิงตัน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงนโยบายด้านการป้องกันประเทศอย่างครบถ้วนชัดเจน โดยนโยบายความมั่นคงใหม่นี้ได้จัดเรียงลำดับความสำคัญในการต่อต้านภัยต่าง ๆ ที่สหรัฐฯ เผชิญอยู่เสียใหม่ และหันมามุ่งเน้นป้องกันภัยจากชาติที่เป็นศัตรูในยุคสงครามเย็นอีกครั้ง

"เรากำลังเผชิญภัยจากชาติที่มุ่งเปลี่ยนแปลงระเบียบดุลอำนาจโลก ซึ่งประเทศเหล่านี้แตกต่างจากเราอย่างมากอย่างรัสเซียและจีน รวมทั้งชาติอื่น ๆ ที่ต้องการสร้างโลกใหม่ตามแบบอย่างระบอบเผด็จการของพวกเขา" นายแมตทิสกล่าว "โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัสเซียนั้นเป็นภัยต่อการพัฒนาประชาธิปไตยของสหรัฐฯ แต่หากเมื่อไหร่พวกคุณท้าทายเรา วันนั้นจะเป็นวันที่ยาวนานและเลวร้ายที่สุดของคุณแน่"

รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ยังระบุว่า แม้ในปัจจุบันกองทัพสหรัฐฯ จะยังคงมีความแข็งแกร่ง แต่ความสามารถในการแข่งขันทางทหารกลับถดถอยลงในทุกด้าน ทั้งทางบก ทางทะเล ทางอากาศ รวมทั้งในโลกไซเบอร์และในอวกาศด้วย เขาจึงขอเรียกร้องต่อสภาคองเกรสให้อนุมัติงบประมาณแก่กองทัพอย่างเพียงพอ ไม่ตัดทอนงบประมาณของรัฐบาลกลางในส่วนนี้ออกไปโดยอัตโนมัติเหมือนกับงบประมาณในด้านอื่น ๆ

คำบรรยายภาพ นายเจมส์ แมตทิส รัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐฯ

"ไม่มียุทธศาสตร์ใดจะอยู่รอดไปได้ หากขาดงบประมาณสนับสนุนที่ชัดเจนแน่นอน ในรอบ 16 ปีที่ผ่านมา ไม่มีศัตรูหน้าไหนจะทำอันตรายต่อกองทัพสหรัฐฯ มากไปกว่าการจำกัดงบประมาณ" นายแมตทิสกล่าว "หากรัฐบาลสหรัฐฯ ต้องปิดทำการชั่วคราวเพราะข้อขัดแย้งในสภาคองเกรสทำให้อนุมัติงบประมาณไม่ทัน งานซ่อมบำรุงในกองทัพส่วนใหญ่ก็ต้องหยุดชะงักลง และกว่า 50% ของเจ้าหน้าที่พลเรือนก็จะต้องหยุดงานด้วย งานข่าวกรองทั่วโลกที่เราทำอยู่ซึ่งใช้งบประมาณอย่างสูงย่อมต้องหยุดชะงักไปโดยปริยาย"

เดิมประธานาธิบดีทรัมป์ ต้องการเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศขึ้นอีก 10% หรือราว 54,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยนำเงินจากการตัดลดงบประมาณด้านอื่น เช่นความช่วยเหลือที่มอบแก่ต่างประเทศมาเพิ่มให้กองทัพ แต่ยังคงมีปัญหาเรื่องการจัดสรรงบประมาณอยู่ในสภาคองเกรสขณะนี้

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม