ทัพบกตุรกีข้ามพรมแดนเข้าปราบเคิร์ดในซีเรียแล้ว

รถถังของกองทัพตุรกีเคลื่อนเข้าเขตแดนของซีเรี Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ รถถังของกองทัพตุรกีเคลื่อนเข้าเขตแดนของซีเรียเมื่อช่วงเช้าของวันอาทิตย์ที่ 21 ม.ค.

กองกำลังภาคพื้นดินของตุรกีเคลื่อนข้ามพรมแดนเข้าไปยังเมืองอะฟรินทางตอนเหนือของซีเรีย เพื่อเดินหน้าปฏิบัติการกวาดล้างกองกำลัง YPG ของชาวเคิร์ด ซึ่งตุรกีถือว่าเป็นกลุ่มก่อการร้ายต่อไป หลังจากเปิดฉากโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงไปก่อนหน้าแล้วเมื่อวานนี้ (21 ม.ค.)

ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกีประกาศว่า จะบดขยี้กองกำลังชาวเคิร์ดซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ติดแนวพรมแดน ทั้งที่เมืองอะฟรินและเมืองมานบิจของซีเรียลงให้ได้อย่างรวดเร็ว ส่วนนายกรัฐมนตรีบินาลี ยิลดิริม ของตุรกีบอกว่า เป้าหมายของปฏิบัติการครั้งนี้คือการวางแนว "เขตปลอดภัย" ลึกเข้าไปในดินแดนของซีเรียราว 30 กิโลเมตร ซึ่งจะปลอดจากกองกำลังชาวเคิร์ดอย่างสิ้นเชิง

ด้านประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด ของซีเรียกล่าวประณามตุรกีว่า ดำเนินปฏิบัติการรุกรานอย่างโหดร้ายทารุณ โดยเขาเชื่อว่าปฏิบัติการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสนับสนุนการก่อการร้ายในซีเรียของตุรกี

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ จะจัดการประชุมฉุกเฉินเรื่องปฏิบัติการทางทหารของตุรกีในวันนี้ (22 ม.ค.) หลังจากหลายฝ่ายแสดงความกังวลต่อการที่ตุรกีเปิดสมรภูมิสู้รบแห่งใหม่ขึ้นในซีเรีย โดยก่อนหน้านี้สหรัฐฯ ฝรั่งเศส และอิหร่าน ได้เรียกร้องให้ตุรกียับยั้งปฏิบัติการดังกล่าว ส่วนรัสเซียนั้นคาดว่าจะเรียกร้องเช่นเดียวกันในการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงฯ ที่จะถึงนี้

อย่างไรก็ตาม นายเจมส์ แมตทิส รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯระบุว่า ตุรกีได้แจ้งให้สหรัฐฯทราบก่อนเริ่มปฏิบัติการทางอากาศดังกล่าว โดยได้มีการหารือกับสหรัฐฯมาโดยตลอด และจะมีการทำงานร่วมกันเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ต่อไป แม้สหรัฐฯจะเคยให้การสนับสนุนกองกำลังชาวเคิร์ดมาก่อนก็ตาม

ก่อนหน้านี้ทางการตุรกีเชื่อว่ากองกำลัง YPG และ SDF ของชาวเคิร์ดในซีเรีย มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน (PKK) ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธที่ก่อเหตุรุนแรงขึ้นในตุรกีหลายครั้งเพื่อเรียกร้องแบ่งแยกดินแดน แต่กองกำลังชาวเคิร์ดในซีเรียปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุก่อการร้ายตามที่ตุรกีกล่าวหา

เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ตุรกีมีความวิตกกังวลเรื่องความมั่นคงตามแนวชายแดนด้านที่ติดกับซีเรียมากขึ้น เมื่อสหรัฐฯประกาศจะช่วยกองกำลังชาวเคิร์ดสร้างเสริมกำลังตามแนวพรมแดน เพื่อป้องกันการกลับมาของกลุ่มที่เรียกตนเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส) ทำให้ตุรกีเกรงว่ากองกำลังชาวเคิร์ดจะมีความแข็งแกร่งขึ้นและกลับมาสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายภายในประเทศขึ้นอีกได้

เมื่อวานนี้ทางการตุรกีแถลงว่า ได้โจมตีทำลายเป้าหมายทางทหารของฝ่ายตรงข้ามได้อีก 45 แห่ง ด้วยปฏิบัติการทั้งทางบกและทางอากาศ หลังจากที่เมื่อวันเสาร์ได้ทำลายเป้าหมายดังกล่าวไปแล้วถึง 153 แห่ง อย่างไรก็ตามฝ่ายกองกำลัง YPG แย้งว่า ได้โจมตีตอบโต้กองกำลังของตุรกีจนต้องล่าถอยไป และได้ยิงจรวดเข้าโจมตีเมืองชายแดนของตุรกีด้วย

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ กองทัพตุรกีและกองกำลังชาวเคิร์ดยิงต่อสู้กันมาเป็นเวลาหลายวันแล้ว

กองกำลัง YPG ยังแถลงว่ากลุ่มของตนมีผู้เสียชีวิตในการสู้รบ 10 ราย และได้สังหารฝ่ายกองกำลังตุรกีไป 4 ราย ส่วนองค์กรสังเกตการณ์ซีเรียเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของตุรกีทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตไป 11 รายเมื่อวานนี้ หลังจากที่มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 รายในวันเสาร์ โดยเป็นพลเรือน 6 ราย และกองกำลังชาวเคิร์ดอีก 3 ราย แต่ทางการตุรกีปฏิเสธว่าผู้เสียชีวิตเป็นนักรบชาวเคิร์ดทั้งหมด

มีการชุมนุมคัดค้านปฏิบัติการทางทหารดังกล่าวในนครอิสตันบูลและในอีกหลายเมืองของตุรกี ทำให้ประธานาธิบดีแอร์โดอันออกมากล่าวเตือนว่า ผู้เข้าร่วมชุมนุมสนับสนุนชาวเคิร์ดจะต้องพบกับบทเรียนราคาแพง ซึ่งในขณะนี้ตำรวจได้เร่งเข้าสลายการชุมนุมดังกล่าวแล้ว