อังกฤษรำลึกร้อยปีชัยชนะของขบวนการสตรี "ซัฟฟราเจ็ตต์"

คนขี่ม้า Image copyright PA

"ดีใจที่ได้ยินว่าหล่อนต้องเข้าโรงพยาบาล หวังว่าจะได้เจ็บปวดทรมานจนตายไปเลยนะนังโง่"

ข้อความแสดงความเกลียดชังนี้ อยู่ในจดหมายที่ลงชื่อว่าส่งมาจาก "ชายชาวอังกฤษคนหนึ่ง" ถึงนางสาวเอมิลี ไวล์ดิง เดวิสัน วัย 41 ปี ซึ่งกำลังนอนรอความตายอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในมณฑลเซอร์รีย์ของสหราชอาณาจักร เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 1913

ไม่กี่วันก่อนหน้านั้น นางสาวเดวิสันได้ไปร่วมงานวัน "ดาร์บี เดย์" หรือการแข่งขันม้าเอปซอมดาร์บี ซึ่งเป็นงานสำคัญประจำปีที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากชาวอังกฤษจำนวนมาก โดยพระเจ้าจอร์จที่ห้าและสมเด็จพระราชินีแมรีได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการแข่งขันครั้งนี้ด้วย

แต่แล้วสิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อนางสาวเดวิสันแอบฝ่าฝูงชนและทีมแข่งม้าเข้าไปประชิดลู่วิ่ง ก่อนจะโถมตัวกระโดดเข้าขวางหน้าม้าแข่งของพระเจ้าจอร์จที่ห้าที่กำลังห้อตะบึงมาด้วยความเร็วสูง จนถูกชนล้มคว่ำลงหมดสติ เธอไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลยและเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในอีกหลายวันต่อมา

นางสาวเดวิสันคือหนึ่งในสมาชิกหลายพันคนของขบวนการเรียกร้องสิทธิเลือกตั้งของสตรี หรือที่ชาวอังกฤษรู้จักกันในชื่อว่า "ซัฟฟราเจ็ตต์" (Suffragette) ซึ่งขบวนการนี้ต่อสู้มาเป็นเวลานานหลายสิบปี เพื่อให้หญิงอังกฤษยุคใหม่ที่เริ่มมีบทบาททั้งทำงานนอกบ้านและเสียภาษีเหมือนกับผู้ชาย ได้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมเยี่ยงพลเมืองคนหนึ่งโดยถ้วนหน้ากัน

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นางมิลลิเซนต์ ฟอว์เซ็ตต์ ผู้ก่อตั้งขบวนการเรียกร้องสิทธิเลือกตั้งของสตรี เธอเป็น "ซัฟฟราจิสต์" ที่เลือกเคลื่อนไหวอย่างสันติ

การกระทำที่เหมือนกับฆ่าตัวตายของเธอนั้น มีขึ้นเพื่อเรียกร้องความสนใจจากคนทุกชนชั้นในสังคมให้หันมาใส่ใจกับปัญหาความไม่เท่าเทียมทางเพศอย่างจริงจังขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้หลายฝ่ายโดยเฉพาะนักการเมืองชายมักถือว่าเรื่องสิทธิเลือกตั้งของสตรีเป็นเรื่องจุกจิกไร้สาระ

ในโอกาสครบรอบหนึ่งศตวรรษที่ขบวนการสตรีประสบความสำเร็จในการเรียกร้องสิทธิเลือกตั้ง จนมีการออกกฎหมายรับรองสิทธิดังกล่าวครั้งแรกในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ปี 1918 วิทยาลัยรอยัลฮอลโลเวย์แห่งมหาวิทยาลัยลอนดอน ซึ่งเป็นสถานศึกษาเดิมของนางสาวเดวิสัน ได้เปิดหลักสูตรเรียนรู้ด้วยตนเองทางออนไลน์ระยะเวลา 3 สัปดาห์ เพื่อให้ผู้สนใจทั่วไปเข้าถึงฐานข้อมูลและเอกสารทางประวัติศาสตร์จำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ของบรรดาหญิงชาวซัฟฟราเจ็ตต์ได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

นางแคลร์ เคนนัน ผู้นำโครงการจัดหลักสูตรเรียนรู้ดังกล่าวบอกว่า ผู้เรียนจะได้เข้าถึงข้อมูลและเอกสารชั้นต้นจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติจำนวนมากที่ยังไม่เคยได้รับการเปิดเผยสู่สาธารณะมาก่อน เช่นจดหมายแสดงความเกลียดชังหลายร้อยฉบับที่ส่งมาถึงนางสาวเดวิสันที่โรงพยาบาล หลังเธอก่อเหตุกระโดดขวางหน้าม้าแข่ง

"จดหมายต่อต้านขบวนการสิทธิสตรีเหล่านี้ ก็เหมือนกับคำพูดแสดงความเกลียดชังต่อบรรดานักการเมืองหญิง นักวิชาการหญิง และวีรสตรีนักรณรงค์คนอื่น ๆ ที่เรายังคงพบได้ทั่วไปในสังคมทุกวันนี้ เพียงแค่เปลี่ยนจากการเขียนลงกระดาษ มาเป็นการแสดงความเห็นแย่ ๆ ในสื่อสังคมออนไลน์แทน"

Image copyright THE NATIONAL ARCHIVE COLLECTIONS
คำบรรยายภาพ รายชื่อของสมาชิกขบวนการซัฟฟราเจ็ตต์ที่ถูกทางการจับกุมระหว่างปี 1906-1914

ขบวนการเรียกร้องสิทธิออกเสียงเลือกตั้งของสตรีอังกฤษในยุคแรก ๆ ก่อตั้งขึ้นเมื่อช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดยนางมิลลิเซนต์ ฟอว์เซ็ตต์ คือผู้นำคนแรกที่เริ่มก่อตั้งขบวนการเคลื่อนไหวอย่างเป็นรูปเป็นร่าง และได้จัดการชุมนุมประท้วงอย่างสันติขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 1903

แต่การรณรงค์เรียกร้องแบบสงบเรียบร้อยภายใต้กรอบกฎหมายนั้นไม่สู้จะได้ผลนัก ทำให้ในเวลาต่อมา ภายใต้ผู้นำขบวนการคนใหม่คือ นางเอ็มเมลีน แพงก์เฮิร์สต์ ได้มีการปรับกลยุทธ์การต่อสู้ให้มีความรุนแรงและสร้างความตกตะลึงแก่สังคมมากขึ้น เช่น บุกเข้าตะโกนเรียกร้องสิทธิกลางรัฐสภา ล่ามตัวเองกับประตูพระราชวังบักกิงแฮม ทุบทำลายร้านค้าและโบสถ์ วางเพลิงและวางระเบิดตู้ไปรษณีย์ รวมทั้งรุมทำร้ายร่างกายส.ส.ที่คัดค้าน

ผู้นำโครงการหลักสูตรเรียนรู้เรื่องขบวนการสิทธิสตรีบอกว่า "หลักสูตรออนไลน์ของเราพยายามให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์ของขบวนการที่แยกออกเป็นสองสาย ทั้งกลุ่มดั้งเดิมที่พยายามต่อสู้แบบอหิงสาภายใต้กรอบกฎหมายต่อไป ซึ่งกลุ่มนี้เรียกตัวเองว่า "ซัฟฟราจิสต์" และกลุ่มต่อสู้เชิงรุกแบบใช้ความรุนแรงซึ่งใช้ชื่อ "ซัฟฟราเจ็ตต์" โดยผู้เรียนจะได้เห็นหลักฐานการปราบปรามขบวนการสายสู้รบ ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐไล่ล่าจับกุมคุมขังผู้หญิงเหล่านี้ รวมทั้งมีการใช้กำลังบังคับกรอกอาหารกับผู้ที่อดอาหารประท้วงด้วย"

Image copyright ROYAL HOLLOWAY, UNIVERSITY OF LONDON
คำบรรยายภาพ นางแคลร์ เคนนัน (ซ้าย) ผู้จัดหลักสูตรออนไลน์เรื่องขบวนการสิทธิสตรี ในห้องเก็บเอกสารต้นฉบับกฎหมายของรัฐสภาแห่งสหราชอาณาจักร

การเคลื่อนไหวเรียกร้องแบบก้าวร้าวรุนแรง ซึ่งรวมถึงการกระโดดให้ม้าแข่งเหยียบเพื่อเรียกร้องความสนใจของนางสาวเดวิสัน ทำให้ผู้ชายและคนส่วนหนึ่งในสังคมอังกฤษมองขบวนการซัฟฟราเจ็ตต์ด้วยสายตาชิงชังเหยียดหยาม นักการเมืองชายบางคนกล่าวถึงมรณกรรมของนางสาวเดวิสันว่า "เราให้สิทธิผู้หญิงออกเสียงเลือกตั้งไม่ได้หรอก ถ้าพวกเธอโง่เสียจนต้องทำเรื่องแบบนั้น"

อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่ทำให้ขบวนการสตรีอังกฤษบรรลุถึงจุดมุ่งหมายที่ปรารถนามานาน ไม่ใช่ทั้งการชุมนุมโดยสงบหรือการใช้ความรุนแรง แต่เป็นการยุติกิจกรรมเคลื่อนไหวเรียกร้องชั่วคราว เพื่อเข้าช่วยเหลือประเทศชาติในยามศึกสงคราม ในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

Image copyright UK Parliament

บทบาทของผู้หญิงในการเข้าเป็นแรงงานประจำภาคส่วนต่าง ๆ ทดแทนประชากรชายที่ต้องถูกเกณฑ์ไปรบ ทำให้รัฐบาลอังกฤษเล็งเห็นถึงความสำคัญของผู้หญิง และยอมออกกฎหมายให้สิทธิเลือกตั้งแก่สตรีที่ครอบครองอสังหาริมทรัพย์และมีอายุ 30 ปีขึ้นไปในปี 1918

กฎหมายดังกล่าวส่งผลให้นางแนนซี แอสเตอร์ ได้รับเลือกตั้งเป็นส.ส.หญิงคนแรกของอังกฤษในปีถัดมา หลังจากนั้นอีกเกือบสิบปี รัฐบาลจึงได้แก้ไขกฎหมายอีกครั้งหนึ่ง โดยให้พลเมืองหญิงทั้งหมดมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งได้เช่นเดียวกับพลเมืองชาย ในปี 1928

ผู้นำโครงการหลักสูตรเรียนรู้เรื่องขบวนการสตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า "ประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อสิทธิเลือกตั้งของผู้หญิงสอนเราว่า จงอย่ายอมแพ้ หนทางนี้คือการต่อสู้ที่ยาวนานและยังคงไม่จบสิ้นลงง่าย ๆ แต่ในยุคปัจจุบันถือว่าเรามาได้ไกลกว่าในอดีตมากโขแล้ว และนี่คือเหตุผลที่ทำให้เราต้องรำลึกถึงผู้หญิงพวกนี้"

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม