อุกกาบาตล้างเผ่าพันธุ์ไดโนเสาร์ทำให้ภูเขาไฟปะทุครั้งใหญ่

ภาพจำลองอุกกาบาตล้างโลก Image copyright Don Davis/AFP/Getty Images

นักธรณีฟิสิกส์ชาวอเมริกันเสนอคำอธิบายใหม่เรื่องอุกกาบาตยักษ์ล้างเผ่าพันธุ์ไดโนเสาร์ที่พุ่งชนโลกเมื่อ 66 ล้านปีก่อนว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีความรุนแรงในระดับที่ล้างผลาญสิ่งมีชีวิตไปถึง 3 ใน 4 ของทั้งหมด เนื่องจากแรงปะทะมหาศาลทำให้เกิดภูเขาไฟระเบิดพร้อมกันเป็นบริเวณกว้างจากพื้นใต้มหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย

ศาสตราจารย์โจเซฟ บรีนส์ จากมหาวิทยาลัยมินนิโซตา และศาสตราจารย์เลฟ คาร์ลสตรอม จากมหาวิทยาลัยออริกอนในสหรัฐฯ ร่วมกันเสนอผลการศึกษาใหม่ลงในวารสาร Science Advances โดยชี้ว่าการชนของอุกกาบาตยักษ์ที่คาบสมุทรยูคาตันในประเทศเม็กซิโก ได้ทำให้เกิดการปะทุอย่างรุนแรงจากภูเขาไฟใต้น้ำเป็นวงกว้าง พ่นหินหลอมละลายที่ร้อนจัดออกมาในปริมาณมาก จนสามารถนำไปถมพื้นที่แผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯได้หนาถึงราว 60-90 เมตรเลยทีเดียว

บริเวณที่สันนิษฐานว่าเกิดภูเขาไฟปะทุรุนแรงนี้ คือแนวเทือกเขากลางมหาสมุทร (Mid-ocean ridges ) ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงเกิดการปะทุอยู่บ่อยครั้งแต่ไม่รุนแรงเท่าเมื่อหลายล้านปีก่อน

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า แรงปะทะจากอุกกาบาตยักษ์ต่อพื้นมหาสมุทร ก็เหมือนกับการที่เราเขย่ากระป๋องน้ำอัดลมอย่างแรง ทำให้ของเหลวภายในพุ่งเป็นฟองออกมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแรงปะทะโดยตรงของอุกกาบาตมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หายนะทั่วโลกที่เกิดขึ้นติดตามมาหลังจากนั้น มากกว่าที่เคยคาดกันไว้

ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์มีความเห็นแตกกันเป็นสองฝ่ายว่า เหตุการณ์อุกกาบาตยักษ์ชนโลกทำให้เกิดการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของสิ่งมีชีวิตได้อย่างไร ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าการชนซึ่งทำให้เกิดหลุมอุกกาบาตขนาดยักษ์และฝุ่นละอองมหาศาลฟุ้งขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ เป็นที่มาสำคัญของเหตุหายนะ ส่วนอีกฝ่ายมองว่าความปั่นป่วนสั่นสะเทือนของแผ่นเปลือกโลกที่เกิดขึ้นหลังการชน มีผลกระทบต่อเหตุการณ์ที่เกิดตามมาภายหลังมากกว่า

อย่างไรก็ดี ยังมีผู้เห็นแย้งข้อเสนอล่าสุดว่า การที่ภูเขาไฟใต้ทะเลเกิดปะทุอย่างรุนแรงครั้งใหญ่หลังการชนของอุกกาบาตยักษ์นั้น อาจเป็นเพียงเหตุบังเอิญและไม่ได้เป็นเหตุเป็นผลกัน เพราะจากสถิติแล้วเหตุอุกกาบาตยักษ์ชนโลกเกิดขึ้นโดยเฉลี่ยทุกราว 100 ล้านปี แต่เหตุภูเขาไฟปะทุในมหาสมุทรอินเดียเกิดขึ้นโดยเฉลี่ยทุกรอบ 30 ล้านปี จึงมีความเป็นไปได้ที่เหตุการณ์ทั้งสองจะเกิดขึ้นพร้อมกันแต่ไม่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันแต่อย่างใด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม