ชี้พ่อเครียดส่งผลต่อสเปิร์มจนลูกเกิดมามีปัญหาสุขภาพจิต

ภาพจำลองสเปิร์มและใข่ Image copyright SPL

ความเครียดนอกจากจะส่งผลเสียต่อร่างกายและจิตใจของตนเองแล้ว ในกรณีของผู้ชายยังทำให้ลูกที่จะเกิดมามีปัญหาสุขภาพจิตในอนาคตได้อีกด้วย โดยผลการวิจัยล่าสุดพบว่า ฮอร์โมนที่หลั่งขณะเครียดสามารถเปลี่ยนแปลงโมเลกุลทางพันธุกรรมบางอย่างในตัวอสุจิหรือสเปิร์ม ซึ่งส่งผลให้ลูกที่เกิดมาตอบสนองต่อความเครียดได้ไม่เหมาะสมและมีปัญหาโรคจิตประสาทได้

ศาสตราจารย์เทรซี เบล จากคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ของสหรัฐฯ เสนอผลการศึกษาข้างต้นในที่ประชุมประจำปีของสมาคมเพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์อเมริกัน (AAAS 2018) โดยระบุว่าทำการทดลองโดยให้หนูจำนวนหนึ่งได้ผ่านประสบการณ์ที่ทำให้เกิดความเครียด เช่น ถูกกักขัง แล้วจึงตรวจสอบสเปิร์มของหนูทดลองดังกล่าว

ผลการวิเคราะห์พบว่า สเปิร์มของหนูที่ถูกทำให้เครียดเต็มไปด้วยโมเลกุลทางพันธุกรรมที่เรียกว่า "ไมโครอาร์เอ็นเอ" (microRNAs) ในระดับที่มากกว่าปกติ ซึ่งก่อนหน้านี้นักวิจัยพบว่า โมเลกุลดังกล่าวสามารถทำให้สมองส่วนไฮโปทาลามัสของทารกที่เกิดจากสเปิร์มแบบนี้ เชื่อมต่อกับส่วนอื่นอย่างผิดปกติ และทำให้การทำงานของไฮโปทาลามัสในเรื่องการตอบสนองต่อความเครียดอย่างเหมาะสมเสื่อมถอยลง ซึ่งเป็นที่มาของโรคซึมเศร้า และอาการผิดปกติจากความเครียดหลังประสบเหตุสะเทือนใจ (PTSD) ได้

Image copyright Getty Images

ผู้ทำการวิจัยอธิบายว่า ฮอร์โมนกลูโคคอร์ติคอยด์ (Glucocorticoid ) ซึ่งหลั่งขณะเกิดความเครียด ทำให้โปรตีนที่อยู่โดยรอบดีเอ็นเอของเซลล์บุผนังท่อพักอสุจิเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้เซลล์เหล่านี้จะสร้างไมโครอาร์เอ็นเอออกมามากขึ้น โดยปะปนกับสารที่หล่อเลี้ยงสเปิร์มนั่นเอง ทำให้สเปิร์มจากพ่อที่มีความเครียดนำโมเลกุลทางพันธุกรรมนี้เข้าไปผสมกับไข่ของฝ่ายแม่ และเกิดความเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมในตัวอ่อนขึ้นได้

"การทดลองนี้ชี้ให้เห็นว่า มีบางส่วนในระบบสืบพันธุ์ของผู้ชายที่ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงจากสิ่งแวดล้อมภายนอกได้ ซึ่งในกรณีนี้คือความเครียด" ศาสตราจารย์เบลกล่าว "ในอนาคตจะมีการทดสอบต่อไปถึงผลกระทบจากปัจจัยอื่น ๆ เช่นอาหาร รวมทั้งทดสอบยืนยันอีกครั้งว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับหนูทดลองจะเกิดขึ้นกับมนุษย์ในแบบเดียวกันด้วย"

ผู้วิจัยยังย้ำว่า แม้ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มจะส่งผลกระทบต่อการเจริญพันธุ์ของเพศชายอย่างถาวร แต่การที่สเปิร์มนำโมเลกุลไมโครอาร์เอ็นเอเข้าไปผสมกับไข่นี้ ไม่จัดว่าเป็นการถ่ายทอดทางพันธุกรรมโดยทั่วไป จึงไม่มีการส่งต่อความผิดปกติทางสุขภาพจิตไปยังรุ่นหลานแต่อย่างใด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม