ซีเรียถล่มที่มั่นกลุ่มกบฎครั้งใหญ่ พลเรือนเสียชีวิตแล้ว 77 ราย

อาคารบ้านเรือนในเขตโกตาตะวันออกได้รับความเสียหายอย่างหนัก
คำบรรยายภาพ อาคารบ้านเรือนในเขตโกตาตะวันออกได้รับความเสียหายอย่างหนัก ผู้คนวิ่งหาที่หลบภัยกันอลหม่าน

กองกำลังรัฐบาลซีเรียเปิดฉากโจมตีทางอากาศถล่มเขตโกตาตะวันออก ซึ่งเป็นที่มั่นสุดท้ายของกลุ่มกบฎที่อยู่ใกล้กรุงดามัสกัสอย่างหนัก นับเป็นการโจมตีครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี และทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 77 ราย โดยในจำนวนนี้เป็นเด็กถึง 20 ราย

องค์กรสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนซีเรีย (SOHR) เป็นผู้รายงานยอดผู้เสียชีวิตดังกล่าว แต่ยังคงไม่มีการยืนยันตัวเลขนี้จากทางการ หลายฝ่ายคาดกันว่ากองกำลังรัฐบาลซีเรียเปิดฉากโจมตีทางอากาศในครั้งนี้ เพื่อเปิดทางให้กองกำลังภาคพื้นดินบุกเข้าไปในเขตโกตาตะวันออกในไม่ช้า

ภาพเหตุการณ์ในวิดีโอที่บันทึกไว้จากเมืองแห่งหนึ่งที่ถูกโจมตี เผยให้เห็นอาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหายอย่างหนัก และผู้คนพากันวิ่งหาที่หลบภัยกันอลหม่าน

มีพลเรือนกว่า 400,000 คนอาศัยอยู่ในเขตโกตาตะวันออก แต่บริเวณนี้ถูกกองกำลังรัฐบาลซีเรียปิดล้อมมาตั้งแต่ปี 2013 ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนตกอยู่ในสภาพแร้นแค้นอย่างหนัก โดยขาดแคลนทั้งอาหาร น้ำดื่ม เชื้อเพลิง ยารักษาโรค และสิ่งจำเป็นต่าง ๆ เจ้าหน้าที่ผู้หนึ่งของสหประชาชาติได้ร้องขอให้มีการหยุดยิงโดยเร็ว เพราะสถานการณ์เริ่มเลวร้ายลง ทั้งพลเรือนผู้บริสุทธิ์ต้องเสี่ยงชีวิตและได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก

Image copyright AFP/Getty Images

ด้านนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย กล่าวปฏิเสธรายงานข่าวดังกล่าวว่า สภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในเขตโกตาตะวันออกและจังหวัดอิดลิบของซีเรีย ไม่ได้เลวร้ายถึงขั้นที่สหประชาชาติได้กล่าวไว้อย่างเกินจริงแต่อย่างใด

ในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ จะเป็นวาระครบรอบ 7 ปีสงครามกลางเมืองในซีเรีย ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วหลายแสนคน และพลเมืองกว่า 5 ล้านคน ต้องอพยพลี้ภัยออกนอกประเทศ

สำหรับความคืบหน้าที่แนวรบด้านพรมแดนตุรกี-ซีเรีย ล่าสุดบรรดาผู้นำของตุรกีได้พากันออกมาเตือนรัฐบาลซีเรีย ไม่ให้ร่วมมือกับกองกำลังชาวเคิร์ด YPG สู้รบต่อต้านกองทัพของตน ทั้งขู่ว่าหากมีการทำข้อตกลงเป็นพันธมิตรกับกองกำลังชาวเคิร์ดจริง กองกำลังรัฐบาลซีเรียจะต้องพบกับหายนะ

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ทหารของกองกำลัง FSA ที่ตุรกีสนับสนุน เฝ้าจุดตรวจแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่บนเส้นทางไปเมืองอาฟริน

สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี ได้บอกกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียว่า รัฐบาลซีเรียจะต้องได้รับ "ผลตอบสนอง" แน่นอน หากร่วมมือกับกองกำลัง YPG จริง ส่วนนายเบคีร์ บอซแด็ก รองนายกรัฐมนตรีตุรกีชี้ว่า ปฏิบัติการกวาดล้างกองกำลัง YPG ในภูมิภาคอาฟรินของซีเรียจะดำเนินต่อไป และหากรัฐบาลซีเรียคิดจะเข้าแทรกแซง ก็จะต้องพบกับหายนะ

ก่อนหน้านี้สื่อของซีเรียรายงานว่า กองกำลังรัฐบาลจะเข้าช่วยกองกำลังชาวเคิร์ดต่อต้านการรุกรานของตุรกี แต่โฆษกของกองกำลัง YPG แถลงในภายหลังว่า ไม่ได้มีการทำข้อตกลงเป็นพันธมิตรกับรัฐบาลซีเรียตามที่เป็นข่าว เพราะที่จริงแล้วชาวเคิร์ดเป็นฝ่ายเรียกร้องให้กองกำลังรัฐบาลเข้ามาช่วยสู้รบกับตุรกีเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น