สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งได้ “วีซ่าอัจฉริยะ” เข้าสหรัฐฯได้อย่างไร ?

นางเมลาเนีย ทรัมป์ ได้วีซ่าสำหรับ "ผู้มีความรู้ความสามารถระดับสูง" เพื่อเดินทางเข้าสหรัฐฯสมัยที่ยังเป็นนางแบบ Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ นางเมลาเนีย ทรัมป์ ได้วีซ่าสำหรับ "ผู้มีความรู้ความสามารถระดับสูง" เพื่อเดินทางเข้าสหรัฐฯสมัยที่ยังเป็นนางแบบ

หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานว่า ก่อนที่นางเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งคนปัจจุบันจะได้รับกรีนการ์ดและมีฐานะเป็นพลเมืองของสหรัฐฯ นั้น เธอเคยใช้วีซ่าประเภท EB-1 เพื่อทำงานและอยู่อาศัยในสหรัฐฯมาก่อน ทั้งที่วีซ่าประเภทนี้มีไว้สำหรับผู้มีความรู้ความสามารถอย่างสูงซึ่งมีชื่อเสียงในระดับนานาชาติเท่านั้น

รายงานข่าวระบุว่า นางเมลาเนียได้รับวีซ่าดังกล่าวในปี 2001 ซึ่งขณะนั้นเธอเป็นเพียงนางแบบชาวสโลวีเนียที่ยังไม่มีชื่อเสียงมากนัก อย่างไรก็ตามนายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แสดงความสนใจในตัวเธอ และทั้งสองเริ่มคบหาออกเดทกันแล้วในช่วงนั้น ทำให้มีผู้แสดงความสงสัยว่า นายทรัมป์ได้ใช้อิทธิพลช่วยเหลือให้ภรรยาในอนาคตของตนได้รับวีซ่าประเภทดังกล่าว ทั้งที่ไม่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดหรือไม่

รัฐบาลสหรัฐฯระบุว่า วีซ่าประเภท EB-1 ซึ่งคนทั่วไปเรียกกันว่า "วีซ่าไอน์สไตน์" นั้นออกให้แก่ผู้มีความรู้ความสามารถซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างสูงในด้านต่าง ๆ เช่นผู้ได้รับรางวัลโนเบล รางวัลพูลิตเซอร์ รางวัลออสการ์ หรือเจ้าของเหรียญรางวัลจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก รวมทั้งนักวิจัยวิชาการ และผู้บริหารองค์กรข้ามชาติที่โดดเด่น

นางเมลาเนียเดินทางมายังสหรัฐฯครั้งแรก ในปี 1996 โดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยว จากนั้นได้ยื่นขอเปลี่ยนเป็นวีซ่าทำงานสำหรับคนเข้าเมืองผู้มีทักษะติดต่อกันหลายครั้ง เธอทำงานเป็นนางแบบในนครนิวยอร์กแต่ก็ยังไม่สู้มีชื่อเสียงมากนัก จนกระทั่งได้มาพบกับนายทรัมป์ในงานปาร์ตี้แห่งหนึ่งเมื่อปี 1998 ซึ่งความสัมพันธ์ครั้งนี้ช่วยให้เธอมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากขึ้น

หลังคบหากันได้ไม่กี่ปี นางเมลาเนียก็ได้เป็นชาวสโลวีเนียเพียงคนเดียวที่ได้รับวีซ่า EB-1 สมใจ จากบรรดาผู้สมัครชาติเดียวกันทั้งหมด 5 คนในปีนั้น

นางแบบที่ไม่ใช่ซูเปอร์โมเดลควรได้รับ "วีซ่าไอน์สไตน์" หรือไม่ ?

ความสำเร็จที่แสดงถึงความสามารถในเส้นทางอาชีพนางแบบของนางเมลาเนียนั้นพอมีอยู่บ้าง โดยเธอเป็นนางแบบตามงานแฟชั่นโชว์ของยุโรปหลายงาน รวมทั้งปรากฏตัวในหน้านิตยสารของของสหรัฐฯและสหราชอาณาจักรไม่กี่ครั้ง เธอเคยขึ้นปกนิตยสารจีคิวของอังกฤษโดยเป็นการถ่ายแฟชั่นภายในเครื่องบินส่วนตัวของนายทรัมป์ ทั้งเคยสวมชุดว่ายน้ำขึ้นปกนิตยสาร Sports Illustrated ของสหรัฐฯ แต่เธอก็ไม่ใช่ซูเปอร์โมเดลผู้มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม กฎหมายระบุไว้ว่าผู้ยื่นขอวีซ่า EB-1 จะต้องแสดงหลักฐานว่าได้รับความสำเร็จหรือรางวัลสำคัญ ทั้งต้องมีคุณสมบัติอย่างน้อย 3 ใน 10 ข้อ ที่แสดงว่าเป็นผู้มีความสามารถเป็นเลิศในวงการหรือวิชาชีพของตนเอง ซึ่งรวมถึงการมีรายงานข่าวเรื่องความสำเร็จของตนปรากฏในพื้นที่สื่อรายใหญ่ และมีผลงานต้นแบบเป็นของตนเองซึ่งเป็นคุณประโยชน์อย่างยิ่งต่อวงการนั้น ๆ

นางซูซาน แม็กแฟดเดน ที่ปรึกษากฎหมายผู้เชี่ยวชาญด้านการขอวีซ่าสหรัฐฯในกรุงลอนดอนบอกว่า "คุณไม่จำเป็นจะต้องครองรางวัลโนเบลถึงจะขอวีซ่านี้ได้ ฉันเคยเดินเรื่องขอวีซ่านี้ให้กับคนที่คุณไม่เคยได้ยินชื่อ และไม่มีวันจะมีชื่อเสียงได้มาแล้ว นักกฎหมายผู้มีประสบการณ์รู้ดีว่าจะต้องทำอย่างไร"

นางแม็กแฟดเดนบอกว่า จะมีการดึงบางส่วนของประวัติผู้ขอวีซ่าขึ้นมาให้เป็นจุดเด่น และทำให้ดูเหมือนว่าเขาหรือเธอเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่มีชื่อเสียงในวงการเล็ก ๆ สาขาใดสาขาหนึ่ง แต่วงการนั้นจะต้องไม่เล็กหรือแคบจนเกินไปจนดูไม่สำคัญ

ผู้เชี่ยวชาญอีกรายบอกว่า นางเมลาเนียอาจจะได้จดหมายรับรองจากนายทรัมป์ ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญอีกชิ้นหนึ่งที่ใช้ยื่นขอวีซ่าดังกล่าว ซึ่งจดหมายรับรองจากผู้มีชื่อเสียงหรืออิทธิพลมีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้ขอวีซ่าผ่านได้

การที่นางเมลาเนียได้รับวีซ่าที่ขอได้ยาก และต่อมาก็ได้สถานะเป็นพลเมืองของสหรัฐฯนั้น ทำให้เธอสามารถรับรองให้พ่อและแม่เดินทางมาสหรัฐฯ และได้ยื่นขอกรีนการ์ดด้วยในขณะนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นนับว่าตรงข้ามกับนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ซึ่งต่อต้าน "การขอวีซ่าแบบลูกโซ่" ที่คนต่างชาติซึ่งได้รับสถานะพลเมืองใหม่ พากันรับรองให้ญาติเดินทางเข้ามาตั้งถิ่นฐานในสหรัฐฯ และมีการรับรองเช่นนี้ต่อกันไปเป็นทอด ๆ ในแต่ละรุ่น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม