คุณนอนเต็มอิ่มไหม?
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้

คุณนอนเต็มอิ่มไหม?

16 มีนาคม เป็นวันนอนหลับโลก (World Sleep Day) สมาคมการนอนหลับแห่งโลก (World Sleep Society) กำหนดขึ้นเพื่อให้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมให้คนเรานอนหลับให้เพียงพอ ท่ามกลางภาวะการนอนน้อยที่เกิดขึ้นกับคนทั่วโลก

ก่อนหน้านี้กลุ่มนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ในสหรัฐฯ เคยตีพิมพ์ผลการศึกษาในวารสาร Science Advance ที่แสดงถึงรูปแบบการนอนของคนทั่วโลกโดยนำเอาข้อมูลจากแอปพลิเคชั่นมือถือมาใช้ในการวิเคราะห์สิ่งที่พวกเขาเรียกว่าเป็นวิกฤติการนอนน้อยของคนทั่วโลก

ผลการศึกษาพบว่าชาวดัชต์มีชั่วโมงการนอนที่ยาวกว่าคนสิงคโปร์และญี่ปุ่น โดยคนสิงคโปร์และญี่ปุ่นมีชั่วโมงนอนโดยเฉลี่ย 7 ชั่วโมง 24 นาทีต่อการนอนหนึ่งครั้ง ในขณะที่คนเนเธอร์แลนด์นอน 8 ชั่วโมง 12 นาที ส่วนคนในอังกฤษมีชั่วโมงการนอนโดยเฉลี่ยน้อยกว่า 8ชั่วโมงและสั้นกว่าชั่วโมงการนอนของคนฝรั่งเศสไม่มาก

นอกจากนี้ ผลการศึกษายังพบอีกว่าผู้หญิงที่มีอายุเฉลี่ยระหว่าง 30-60 ปี มีเวลานอนยาวกว่าผู้ชายในช่วงอายุเดียวกันถึง 30 นาที และคนที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งมีแนวโน้มที่จะเข้านอนเร็วกว่าคนอื่น ๆ ส่วนกลุ่มคนหนุ่มสาวมีพฤติกรรมการเข้านอนและตื่นที่แตกต่างกันมากที่สุด ความแตกต่างนี้ลดน้อยลงเมื่อคนอายุมากขึ้นเรื่อยๆ

ด้านศาสตราจารย์ แดเนียล ฟอร์เกอร์ หนึ่งในทีมวิจัยกล่าวว่าในขณะที่สังคมสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีส่งผลทำให้คนเราเข้านอนดึก แต่นาฬิกาของร่างกายของเรากลับต้องการให้เราตื่นแต่เช้า สิ่งที่เกิดกับคนจำนวนมากทั่วโลกเป็นการฝืนธรรมชาติของตน และนั่นอาจทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างตามมา

สิ่งนี้ตรงกับความเห็นของ ศ.แมทธิว วอล์คเกอร์ ผู้แต่งหนังสือ Why We Sleep ที่เห็นว่า ทุกโรคที่คร่าชีวิตคนในโลกยุคใหม่ ตั้งแต่มะเร็ง ไปจนถึงอัลไซเมอร์ หัวใจวาย เบาหวาน โรคอ้วน โรคหลอดเลือดสมอง หรือแม้แต่การฆ่าตัวตาย ล้วนมีความเชื่อมโยงทั้งอย่างมีนัยสำคัญและไม่สำคัญกับการนอนหลับไม่เพียงพอ โดยการนอนไม่พอนั้น พยากรณ์การเสียชีวิตได้ในทุกสาเหตุ และพยากรณ์การเสียชีวิตเร็วขึ้น

ศ.วอล์คเกอร์ เห็นว่า โลกยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยมลภาวะทางแสง ทำให้คนเราใช้ชีวิตแบบไม่หยุดพักตลอด 24 ชั่วโมง ทุก ๆ วัน ซึ่งนั่นขัดกับวงจรนาฬิกาชีวภาพในร่างกายของเรา และไปรบกวนการนอนหลับ ทำให้นอนไม่เพียงพอหรือไม่ถึง 8 ชั่วโมงต่อวัน ตามที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ