“ผู้ลักลอบขนขนมหวาน” จากนอร์เวย์
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้

“ผู้ลักลอบขนขนมหวาน” จากนอร์เวย์

ทางการนอร์เวย์ดำเนินนโยบายเรียกเก็บภาษีน้ำตาลมาตั้งแต่ปี 1922 และเพิ่มอัตราภาษีขึ้นอีกกว่า 80% เมื่อต้นปีนี้ ส่งผลให้เหล่าคนรักของหวานในนอร์เวย์ต้องเดินทางข้ามพรมแดนไปซื้อสินค้าประเภทลูกกวาด ช็อกโกแลต และขนมหวานที่มีราคาถูกกว่าในประเทศเพื่อนบ้านอย่างสวีเดน ซึ่งยังไม่มีการเรียกเก็บภาษีน้ำตาลแบบเดียวกัน

นอร์เวย์เริ่มการเรียกเก็บภาษีน้ำตาลครั้งแรกเมื่อประมาณ 96 ปีที่แล้ว และเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาทางการได้ปรับขึ้นอัตราภาษีถึง 83% สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทานที่มีน้ำตาล และอีก 42% สำหรับเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ส่งผลให้ปัจจุบันขนมหวานและช็อกโกแลตที่ขายในนอร์เวย์มีราคาประมาณกิโลกรัมละ 145 บาท

มาตรการนี้มีเป้าหมายสำคัญในการควบคุมอัตราโรคอ้วนในเด็กของนอร์เวย์ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาปริมาณการบริโภคน้ำตาลในนอร์เวย์อยู่ในระดับต่ำกว่าประเทศอื่น ๆ อยู่แล้ว โดยปริมาณการบริโภคน้ำตาลโดยเฉลี่ยของชาวนอร์เวย์อยู่ที่ประมาณ 27 กิโลกรัมต่อปี ขณะที่ปริมาณเฉลี่ยของคนอเมริกันอยู่ที่ 34 กิโลกรัมต่อปี

ข้อมูลจากสถาบันสาธารณสุขนอร์เวย์ระบุว่า อัตราของเด็กนอร์เวย์ที่มีปัญหาน้ำหนักตัวเกินอยู่ที่เพียง 1 ใน 6 คนเท่านั้น ขณะที่ตัวเลขของเด็กในสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรอยู่ที่ 1 ใน 3 คน

คนในแวดวงอุตสาหกรรมอาหารบางส่วนแสดงความกังวลว่ามาตรการภาษีที่เข้มงวดนี้จะทำให้นอร์เวย์มีขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดน้อยลง ขณะที่ประชาชนบางส่วนหลีกเลี่ยงภาษีน้ำตาลที่สูงลิบลิ่วนี้ด้วยการข้ามพรมแดนไปซื้อสินค้าประเภทขนมหวานจากสวีเดน

อย่างไรก็ตาม ทางการนอร์เวย์มีเป้าหมายแน่วแน่ในการลดปริมาณการบริโภคน้ำตาลของประชาชนให้ได้ 12.5% ภายในปี 2021 และแม้ตอนนี้จะยังเร็วเกินไปที่จะบอกได้ว่ามาตรการขึ้นภาษีที่สูงลิบลิ่วนี้จะได้ผลหรือไม่ แต่นานาชาติต่างก็กำลังเฝ้ามองอย่างใกล้ชิดถึงผลกระทบที่มาตรการนี้จะมีต่อพฤติกรรมการกินของประชาชน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง