นักวิจัยเผย 'มัมมี่ขนาดหกนิ้ว' ไม่ใช่มนุษย์ต่างดาว

การศึกษาพันธุกรรมเผยว่าอาจมีหลายสาเหตุที่ทำให้โครงกระดูกมีรูปทรงผิดปกติ Image copyright EMERY SMITH
คำบรรยายภาพ การศึกษาพันธุกรรมเผยว่าอาจมีหลายสาเหตุที่ทำให้โครงกระดูกมีรูปทรงผิดปกติ

รายงานที่ตีพิมพ์ในวารสารจีโนมรีเสิร์ช (Genome Research) ระบุผลการทดสอบว่า พบการกลายพันธุ์ของยีนสำคัญหลายตัวในมัมมี่ขนาดความยาว 6 นิ้วจากประเทศชิลี

จากการทดสอบขั้นต้น พบว่ามัมมี่มีขนาดเท่ากับตัวอ่อนของทารกมีโครงกระดูกของเด็กอายุประมาณ 6-8 ขวบ ซึ่งผลการทดสอบดีเอ็นเอ ชี้ว่าอายุประเมินของกระดูก รวมถึงความผิดปกติต่าง ๆ อาจเป็นผลมาจากยีนที่กลายพันธุ์

นอกจากจะตัวสั้นผิดปกติแล้ว โครงกระดูกนี้ยังมีลักษณะที่แปลกไปหลายอย่าง เช่น มีกระดูกซี่โครงน้อยกว่าปกติ และมีศรีษะรูปทรงรี

มัมมี่ตัวนี้ถูกขุดพบในเมืองลาโนเรียซึ่งเป็นแหล่งทำเหมืองแร่ไนเตรท จากนั้นได้ถูกขายต่อให้กับนักสะสมในสเปน

ผู้ที่ได้เห็นมัมมี่ที่ชื่อ อาทา ซึ่งมาจากชื่อภูมิภาคอาทาคามาที่ค้นพบ ต่างตั้งสันนิษฐานว่านี่อาจเป็นศพของไพรเมทที่ไม่ใช่มนุษย์ ส่วนในสารคดีที่ชื่อไซรัส ถึงกับตั้งสันนิษฐานว่านี่อาจเป็นหลักฐานว่าเคยมีมนุษย์ต่างดาวมาเยือนโลก

Image copyright Bhattacharya S et al. 2018

การตรวจสอบทางพันธุกรรม

ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้วิเคราะห์ลักษณะทางพันธุกรรม ในนิวเคลียสของเซลล์และยืนยันว่าอาทา เป็นร่างของมนุษย์เกิดใหม่เพศหญิงที่มีร่องรอยทางพันธุกรรมของภาวะแคระแกร็น กระดูสันหลังคด และภาวะผิดปกติในกล้ามเนื้อกับกระดูก

ศ.แกร์รี โนแลน ผู้เชี่ยวชาญด้านจุลชีววิทยาและภูมิคุ้มกันวิทยา จาก ภาควิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด รัฐแคลิฟอร์เนีย กล่าวว่า "ลักษณะที่โดดเด่นและเป็นสาเหตุที่ทำให้เราตั้งสันนิษฐานในขั้นแรก ว่ามีบางอย่างที่ดูแปลกเกี่ยวกับกระดูก คืออายุ ซึ่งเรามองว่าแก่เกินขนาดทั้งในแง่ความหนาแน่นและรูปทรง"

ศ.โนแลน กล่าวกับบีบีซีนิวส์ว่า โครงกระดูกดูมีอายุมากกว่าที่ควรจะเป็นสำหรับขนาด ซึ่งนี่คือปัจจัยขับเคลื่อนงานวิจัยที่เชื่อว่ามีสาเหตุมาจากการกลายพันธุ์ตัวหนึ่งหรือมากกว่า

ผลการวิจัยพบว่า มีลักษณะการกลายพันธุ์ที่เรียกว่าเอสเอ็นวี (SNV) ถึง 4 ตัว ในยีนที่เกี่ยวข้องกับโรคกระดูก เช่นภาวะกระดูกสันหลังคด หรือ กระดูกเคลื่อน รวมถึงการกลายพันธุ์ของยีนอีกสองตัวที่เกี่ยวข้องกับการผลิตคอลลาเจน

อาทา ยังมีกระดูกซี่โครงเพียง 10 คู่ แทนที่จะเป็น 11 คู่ ซึ่งเป็นลักษณะที่ไม่เคยพบในมนุษย์มาก่อน "เราเชื่อว่าทารกหญิงอาจจะคลอดออกมาตายหรือตายทันทีหลังจากคลอด" ศ.โนแลนกล่าว "เธอมีรูปร่างผิดปกติมาก ทำให้ไม่สามารถดื่มนมได้ ซึ่งภาวะนี้หากเกิดมาในปัจจุบันจะต้องเข้าไอซียูสำหรับทารกแรกเกิด" แต่การแพทย์สมัยใหม่ยังไม่น่าจะเข้าถึงพื้นที่ห่างไกลที่พบมัมมี่อาทา ผู้เชี่ยวชาญยังได้กล่าวอีกว่าสภาพโครงกระดูกที่ยังไม่บุบสลาย ชี้ว่ามัมมี่อาทาน่าจะมีอายุไม่เกิน 40 ปี

ประโยชน์ต่อการศึกษาในอนาคต

ศ.โนแลน เริ่มหันมาใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์ศึกษาอาทา เมื่อปี 2012 โดยมีเพื่อนโทรศัพท์มาบอกว่าพบ "มนุษย์ต่างดาว"

"ในขณะที่เรื่องนี้ ทำให้มีคนพูดถึงมนุษย์ต่างดาว และกลายเป็นข่าวไปทั่วโลก แต่ที่จริงแล้วนี่คือเรื่องเศร้าของมนุษย์ คือมีหญิงคนหนึ่งคลอดทารกที่มีลักษณะผิดปกติ จึงถูกนำไปดองแบบนี้ และถูกนำไปจำนำหรือขาย" ศ.โนแลนกล่าว

การศึกษาอาทาต่อไป มีโอกาสจะช่วยพัฒนาความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นฐานของภาวะผิดปกติของกระดูกที่เกิดจากการกลายพันธุ์ ซึ่งอาจนำความรู้ไปช่วยรักษาผู้อื่นต่อได้

ศ.โนแลน ระบุว่า "อาจจะมีวิธีเร่งการเจริญเติบโตของกระดูกให้กับคนที่จำเป็น หรือคนที่กระดูกหักรุนแรง... ยังไม่เคยมีใครพบลักษณะเช่นนี้มาก่อน แน่นอนว่ายังไม่มีใครเคยศึกษาลักษณะพันธุกรรมของภาวะเช่นนี้" และกล่าวเสริมว่า "ผมคิดว่าควรจะนำเขากลับไปยังประเทศที่พบ และทำพิธีฝังตามธรรมเนียมของคนท้องถิ่น"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม