จีนซ้อมรบทางอากาศตอบโต้ หลังเรือรบสหรัฐฯ เฉียดเกาะทะเลจีนใต้

จีนขณะถมทะเลสร้างเกาะเทียมในบริเวณแนวปะการังมิสชีฟ เมื่อปี 2015 Image copyright U.S. NAVY VIA REUTERS
คำบรรยายภาพ เครื่องบินตรวจการณ์ของกองทัพเรือสหรัฐฯ พบความเคลื่อนไหวของจีนขณะถมทะเลสร้างเกาะเทียมในบริเวณแนวปะการังมิสชีฟ เมื่อปี 2015

กองทัพอากาศจีนออกแถลงการณ์แจ้งว่า ได้ดำเนินปฏิบัติการซ้อมรบทางอากาศเหนือน่านน้ำทะเลจีนใต้และในน่านฟ้าบริเวณเหนือมหาสมุทรแปซิกตะวันตก โดยอ้างว่าเป็นการเตรียมพร้อมรับศึกสงคราม

แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า เครื่องบินทิ้งระเบิด H-6K รวมทั้งเครื่องบินขับไล่ Su-30 และ Su-35 หลายลำ ได้เข้าร่วมในปฏิบัติการดังกล่าว โดยกองทัพอากาศจีนไม่ได้ระบุถึงวันเวลาและสถานที่ของการซ้อมรบครั้งนี้อย่างแน่ชัด

อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ของจีนชี้ด้วยว่า มีการซ้อมบินลาดตระเวนในทะเลจีนใต้ หลังจากที่ฝูงบินดังกล่าวได้บินผ่านช่องแคบมิยะโกะที่กั้นกลางระหว่างเกาะสองแห่งทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะไต้หวันมากนัก

ปฏิบัติการซ้อมรบทางอากาศดังกล่าวมีขึ้น หลังจากที่เมื่อวันศุกร์ (23 มี.ค.) เรือพิฆาตลำหนึ่งของกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้แล่นเฉียดเข้าใกล้เกาะเทียมของจีนในทะเลจีนใต้ โดยแล่นเลียบเข้ามาใกล้ชายฝั่งของเกาะเทียมดังกล่าวในระยะ 12 ไมล์ทะเล ทำให้จีนประณามว่าเป็นการคุกคามยั่วยุ แต่กองทัพเรือสหรัฐฯ ยืนกรานว่าเป็นการใช้ "เสรีภาพในการเดินเรือและเดินอากาศ" ตามกฎหมายระหว่างประเทศ

กองทัพอากาศจีนแถลงด้วยว่า การบินผ่านช่องแคบมิยะโกะของญี่ปุ่นนั้น กระทำโดยถูกต้องตามธรรมเนียมปฏิบัติสากลและเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายระหว่างประเทศทุกประการ

"การซ้อมรบในครั้งนี้มีขึ้นเพื่อรับมือกับสงครามในอนาคต และเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการสู้รบโดยตรง ยิ่งกองทัพอากาศจีนได้มีโอกาสฝึกซ้อมห่างไกลจากชายฝั่งของประเทศมากเท่าใด ก็ยิ่งดีต่อการเป็นกองกำลังสำคัญที่จะเข้าควบคุมจัดการวิกฤต รวมทั้งมีชัยชนะในการสู้รบ" กองทัพอากาศจีนระบุ

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ จีนตั้งเป้าไว้ว่าภายในปี 2020 กองทัพจะต้องประสบความสำเร็จทั้งในด้านการพัฒนาเครื่องยนต์กลไก และการใช้เทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารในการทำสงครามยุคใหม่

ทั้งนี้ จีนอยู่ระหว่างการเสริมสร้างแสนยานุภาพทางทหารและปฏิรูปกองทัพครั้งใหญ่ ภายใต้นโยบายของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งมุ่งพัฒนาปรับปรุงกองทัพเรือและกองทัพอากาศเป็นหลัก ทำให้หลายประเทศในภูมิภาคเอเชียรวมทั้งสหรัฐฯ เกิดความวิตกหวาดระแวงจีน แม้รัฐบาลจีนจะแถลงย้ำหลายครั้งว่าไม่มีเจตนาจะตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์ทางทหารกับประเทศใดก็ตาม

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม