ยูเอ็นจี้สอบสวนเหตุประท้วงนองเลือดที่พรมแดนอิสราเอล-ฉนวนกาซา

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
ทหารอิสราเอลยิงใส่ผู้ประท้วงชาวปาเลสไตน์

นายอันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรียกร้องให้เปิดการสอบสวนอิสระกรณีที่ชาวปาเลสไตน์ 16 คนเสียชีวิตในเหตุปะทะกับทหารอิสราเอลระหว่างการประท้วงประจำปีของชาวปาเลสไตน์เพื่อทวงคืนดินแดนที่ถูกชาวยิวยึดครอง ซึ่งเหตุการณ์นี้ยังทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกนับพันคน

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้เรียกประชุมฉุกเฉินและประณามเหตุรุนแรงครั้งนี้

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายทาเย-บรูค เซริฮุน รองหัวหน้าฝ่ายกิจการการเมืองของยูเอ็น กล่าวต่อที่ประชุมว่า สถานการณ์ในฉนวนกาซา "อาจเลวร้ายลงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า" พร้อมเรียกร้องไม่ให้มุ่งเป้าโจมตีพลเรือน โดยเฉพาะเด็ก และชี้ว่า "อิสราเอลจะต้องยึดมั่นทำตามความรับผิดชอบของตนเองภายใต้กฎหมายว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรมระหว่างประเทศ"

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ ชาวปาเลสไตน์แบกร่างวัยรุ่นที่ถูกทหารอิสราเอลยิงเสียชีวิตเมื่อวานนี้

การประท้วงดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อวานนี้ (30 มี.ค.) โดยชาวปาเลสไตน์เข้าไปตั้งแคมป์ 5 จุดตามแนวพรมแดนฉนวนกาซาที่ติดกับอิสราเอล เพื่อปักหลักชุมนุมประจำปีที่เรียกว่า "การเดินขบวนครั้งยิ่งใหญ่เพื่อหวนคืน" (Great March of Return) ซึ่งเหตุการณ์เมื่อวานถือเป็นวันที่นองเลือดที่สุดในเหตุความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์ นับแต่การสู้รบในฉนวนกาซาเมื่อปี 2014

ก่อนหน้านี้กระทรวงสาธารณสุขของปาเลสไตน์ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บส่วนใหญ่ถูกทหารอิสราเอลยิง

คำบรรยายภาพ แผนภาพแสดงจุดที่ชาวปาเลสไตน์เข้าไปตั้งแคมป์ 5 จุดตามแนวพรมแดนฉนวนกาซาที่ติดกับอิสราเอล

กองทัพอิสราเอล (IDF) ได้ระดมรถถัง พลแม่นปืน และใช้แก๊สน้ำตาขับไล่กลุ่มผู้ประท้วง พร้อมรายงานว่าเกิดเหตุ "จลาจล" 6 จุด ซึ่งมีชาวปาเลสไตน์เข้าร่วมราว 17,000 คน และทหารได้ "ยิงใส่กลุ่มผู้ก่อเหตุไม่สงบ" ที่จุดไฟเผายางรถยนต์ ขว้างปาระเบิดขวดและก้อนหินใส่รั้วบริเวณแนวพรมแดน

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ ทหารอิสราเอลยิงแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มผู้ประท้วง

หนังสือพิมพ์เยรูซาเลมโพสต์รายงานอ้าง โฆษก IDF ที่ระบุว่า ผู้เสียชีวิตทั้งหมดพยายามทำลายหรือสร้างความเสียหายให้กับรั้วกั้นแนวพรมแดน

นายแดนนี ดานอน เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำยูเอ็น ระบุในแถลงการณ์ก่อนหน้าการประชุมฉุกเฉินโดยกล่าวหาว่าเหตุนองเลือดครั้งนี้เป็นฝีมือของกลุ่มฮามาส

Image copyright Reuters

ด้านประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส ผู้นำปาเลสไตน์ ชี้ว่าทางการอิสราเอลมีส่วนรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อการเสียชีวิตทั้งหมดเมื่อวานนี้ โดยฝ่ายปาเลสไตน์กล่าวหาว่า IDF ใช้กำลังเกินกว่าเหตุ

พยานผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่ามีการใช้โดรนบินเข้าไปทิ้งแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มผู้ประท้วงอย่างน้อย 1 จุด ขณะที่นายริยาด มานซูร์ ผู้แทนปาเลสไตน์ประจำยูเอ็นบอกกับคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นว่าเหตุรุนแรงครั้งนี้ทำให้พลเรือนชาวปาเลสไตน์ได้รับบาดเจ็บกว่า 1,400 คน

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่ามีการใช้โดรนบินเข้าไปทิ้งแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มผู้ประท้วงอย่างน้อย 1 จุด

ก่อนหน้านี้ กลุ่มติดอาวุธฮามาส ซึ่งมีอิทธิพลในแถบฉนวนกาซา และเป็นหัวเรือใหญ่ในชุมนุมประท้วงครั้งนี้ กล่าวหาอิสราเอลว่าพยายามใช้กำลังข่มขู่ชาวปาเลสไตน์ไม่ให้ออกมาประท้วง พร้อมชี้ว่าหนทางเดียวในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งนี้คือการให้ชาวปาเลสไตน์กลับเข้าไปในดินแดนที่อิสราเอลยึดไปจากพวกเขา

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ชาวปาเลสไตน์ร่วมชุมนุมประท้วงตามแนวพรมแดนทางตะวันออกขอฃฉนวนกาซา

การชุมนุมประท้วงดังกล่าวจัดขึ้นทุกวันที่ 30 มี.ค. เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์เมื่อปี 1976 ที่เจ้าหน้าที่อิสราเอลสังหารชาวปาเลสไตน์ 6 คน ที่ร่วมประท้วงกรณีที่ชาวยิวเข้าไปยึดครองดินแดนทั้งในฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์

แม้กลุ่มฮามาสประกาศว่าการจัดกิจกรรมในปีนี้ "จะเป็นไปอย่างสงบ" แต่จะดำเนินไปนานกว่าทุกครั้ง โดยจะสิ้นสุดในวันที่ 15 พ.ค. หรือหนึ่งวันหลังวันชาติอิสราเอล ที่ในปีนี้ถือว่ามีความสำคัญ เนื่องจากเป็นวาระครบรอบ 70 ปีแห่งการสถาปนารัฐอิสราเอล และเป็นวันที่สหรัฐฯ ประกาศจะย้ายสถานเอกอัครราชทูตจากกรุงเทลอาวีฟไปยังนครเยรูซาเลมด้วย