ครม.อังกฤษ "เห็นความจำเป็น" ต้องจัดการกับซีเรีย

เทเรซา เมย์ Image copyright Getty Images

คณะรัฐมนตรี (ครม.) สหราชอาณาจักรลงมติเห็นชอบว่า "มีความจำเป็นต้องจัดการกับซีเรีย" เพื่อสกัดไม่ให้เกิดการใช้อาวุธเคมีอีกในอนาคต

บรรดารัฐมนตรีต่างเห็นพ้องกันว่า "มีความเป็นไปได้สูงมาก" ที่รัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด แห่งซีเรีย จะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุใช้อาวุธเคมีสังหารประชาชน

ก่อนหน้านี้ แหล่งข่าวด้านการแพทย์หลายแหล่งออกมาระบุตรงกันว่า มีผู้เสียชีวิตกว่า 40 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 500 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีเด็ก ๆ ด้วย จากเหตุทิ้งระเบิดที่เชื่อกันว่าเป็นระเบิดสารเคมีที่เมืองดูมา ในเขตกูตาตะวันออกของซีเรีย

ภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติดังกล่าว นายโจ จอห์นสัน รัฐมนตรีคมนาคม ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่มีการตัดสินใจใช้มาตรการทางทหาร

ในแถลงการณ์ของทำเนียบรัฐบาลอังกฤษที่ออกมาภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเป็นวาระฉุกเฉิน ก็ไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการเข้าไปมีส่วนร่วมของสหราชอาณาจักรในปฏิบัติการทางทหารใด ๆ ในซีเรีย โดยระบุเพียงว่า "เห็นชอบว่ามีความจำเป็นที่สหราชอาณาจักรต้องเคลื่อนไหวเพื่อบรรเทาวิกฤตด้านมนุษยธรรม และขัดขวางรัฐบาลซีเรียไม่ให้ใช้อาวุธเคมีเพิ่มเติม"

นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีฉุกเฉิน วานนี้ (12 เม.ย.) โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่ากำลังพิจารณาใช้กำลังทางทหาร โดยเขาทวีตข้อความติดกันสองวันเกี่ยวกับเรื่องนี้

ครั้งแรกเตือนรัสเซียว่าการโจมตีซีเรียอาจเกิดขึ้นในไม่ช้า และวันต่อมาบอกว่า "การโจมตีซีเรียอาจเกิดขึ้นเร็ว ๆ หรืออาจจะไม่ใช่เร็ว ๆ นี้" ขณะที่ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ออกมาระบุว่ามี "หลักฐาน" ว่ารัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีโจมตีประชาชนจริง และเขาจะใช้เวลาอันสมควรในการตัดสินใจว่าจะตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศหรือไม่

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ภาพวิดีโอจากสื่อสังคมออนไลน์ ขณะเด็กน้อยได้รับการปฐมพยาบาลจากการโจมตีเมืองดูมา ด้วยก๊าซพิษ

ทั้งนี้ ในระหว่างการประชุม นางเมย์บรรยายความรู้สึกต่อเหตุโจมตีในซีเรียว่าเป็นการกระทำที่ "น่าตกตะลึงและป่าเถื่อน"และบอกด้วยว่า "มันจะเป็นตัวอย่างในอนาคตที่แสดงให้เห็นถึงการล่มสลายของกฎหมายระหว่างประเทศในเรื่องการใช้อาวุธเคมีที่เกี่ยวข้องกับพวกเราทุกคน"

เย็นวันเดียวกัน นายทรัมป์ได้พูดคุยกับนางเมย์ ทั้งคู่เห็นพ้องว่าประธานาธิบดีอัสซาด "กำลังทำให้พฤติกรรมอันตรายอย่างการใช้อาวุธเคมีเป็นที่ยอมรับ"

แถลงการณ์ของทำเนียบรัฐบาลอังกฤษระบุว่า ครม. เห็นชอบให้ทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับพันธมิตรทั้งสหรัฐฯ และฝรั่งเศส เพื่อประสานงานการตอบโต้ร่วมกัน

นายทรัมป์ยังคาดว่าจะพูดคุยกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส เกี่ยวกับรูปแบบของปฏิบัติการ ซึ่งทำเนียบขาวระบุว่า "ยังไม่ได้ตัดสินใจขั้นเด็ดขาด"

Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ เมืองดูมา ในเขตกูตาตะวันออก พื้นที่ยึดครองแห่งสุดท้ายของกลุ่มกบฏต่อต้านรัฐบาลซีเรีย ถูกโจมตีอย่างหนักช่วงสุดสัปดาห์ก่อน

บรรณาธิการการเมืองของบีบีซีชี้ว่า เป็นที่เข้าใจได้ว่าสหราชอาณาจักรกำลังวางแผนอย่างจริงจังร่วมกับสหรัฐฯ และฝรั่งเศส แทนที่จะเล่นบทบาทผู้สนับสนุน

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า นางเมย์เตรียมลงมือจัดการกับระบอบอัสซาด โดยไม่ขอฉันทามติจากรัฐสภา ท่ามกลางข้อเรียกร้องจากฝ่ายค้าน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคอนุรักษ์นิยมบางส่วน ให้มีการลงมติในรัฐสภาก่อน

นายเจเรมี คอร์บิน ผู้นำพรรคแรงงาน กล่าวว่า "การทิ้งระเบิดมากขึ้น การสังหารมากขึ้น การทำสงครามมากขึ้นไม่ได้ช่วยชีวิตใคร แต่จะก่อให้เกิดสงครามอื่น ๆ ตามมา"

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม