จับตาท่าทีสหรัฐฯ อังกฤษ กรณีการโจมตีด้วยอาวุธเคมีในซีเรีย

เด็กน้อยได้รับการปฐมพยาบาลจากการโจมตีด้วยก๊าซพิษ Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ภาพวิดีโอจากสื่อสังคมออนไลน์ ขณะเด็กน้อยได้รับการปฐมพยาบาลจากการโจมตีเมืองดูมา ด้วยก๊าซพิษ

นับตั้งแต่มีรายงานการใช้อาวุธเคมีโจมตีเมืองดูมา ในเขตกูตาตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่ยึดครองแห่งสุดท้ายของกลุ่มกบฏในซีเรีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก เมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา สถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศในโลกตะวันตกตึงเครียด ทั้งสหรัฐฯ และอังกฤษ ออกมาแสดงท่าทีว่าพร้อมจะลงมือกระทำการเพื่อสกัดกั้นการใช้อาวุธเคมีของรัฐบาลซีเรีย ขณะที่รัสเซียซึ่งเป็นพันธมิตรของซีเรีย ออกมาเตือนให้ระวัง "อันตราย" จากเหตุการณ์ที่จะบานปลายตามมา

คำเตือนของรัสเซียเน้นไปที่การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้การใช้อาวุธเคมีที่สหรัฐฯ กล่าวหาว่าซีเรียใช้ ซึ่งนายวาสซิลี เนเบนเซีย ทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ เห็นว่าท่าทีเช่นนี้ของสหรัฐฯ รังจะทำให้สองประเทศก่อสงครามกัน เขายังกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าทำให้กระบวนการสันติภาพระหว่างประเทศตกอยู่ในสภาพสุ่มเสี่ยง และชี้ว่าสถานการณ์ในขณะนี้ "อันตรายอย่างยิ่ง"

มีการประเมินว่าในขณะนี้มหาอำนาจในตะวันตกกำลังเตรียมจะลงมือโจมตีซีเรีย แต่รัสเซียคัดค้าน อย่างไรก็ดี นายเนเบนเซียบอกกับสื่อหลังการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติว่า "โชคร้ายที่เราไม่สามารถตัดโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ใด ๆ ออกไปได้"

Image copyright Getty Images

ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียหลายคน รวมถึงผู้บัญชาการกองทัพรัสเซียเตือนว่าหากทหารรัสเซียตกอยู่ในอันตราย รัสเซียก็ไม่ยั้งที่จะโจมตีทั้งขีปนาวุธและฐานปล่อยของสหรัฐฯ

ทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติขอให้คณะมนตรีความมั่นคงกลับมาประชุมกันอีกครั้งในวันนี้ (13 เม.ย.) เพื่อดูความเป็นไปได้ที่ชาติตะวันตกจะใช้ปฏิบัติการทางทหาร

ด้านทำเนียบขาวบอกว่ากำลังประเมินข้อมูลข่าวกรองอย่างต่อเนื่องและหารือกับพันธมิตรว่าจะตอบโต้อย่างไร ในขณะเดียวกัน องค์การห้ามอาวุธเคมี (Organisation for the Prohibition of Chemical Weapons) หรือ OPCW จะส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปยังรัสเซียในวันเสาร์ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง

ทำไมชาติตะวันตกคิดใช้ปฏิบัติการทางทหาร?

การเรียกร้องให้ใช้กำลังมีขึ้นหลังจากสงสัยว่ามีการใช้อาวุธเคมีโจมตีเมืองดูมา ในเขตกูตาตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่ยึดครองแห่งสุดท้ายของกลุ่มกบฏในซีเรีย เมื่อวันเสาร์ที่ 7 เม.ย. ซึ่งนักเคลื่อนไหว เจ้าหน้าที่กู้ภัย และแพทย์ ระบุว่าทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน

เชื่อกันว่าเคยมีการใช้อาวุธเคมีโจมตีในซีเรียมาก่อน เมื่อปีที่แล้ว สหรัฐฯ ดำเนินปฏิบัติการทางทหารเพื่อตอบโต้การโจมตีที่มีการใช้อาวุธเคมีโจมตีเมืองข่านเชคุน ในจังหวัดอิดลิบ ซึ่งเป็นพื้นที่ยึดครองของกลุ่มกบฏ โดยมีการตรวจสอบก๊าซพิษซารินในตัวเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย

ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด ของซีเรีย ปฏิเสธเรื่องการใช้อาวุธเคมี และระบุว่าเป็น "เรื่องที่กุขึ้น"

หลังการปะทะกันอย่างหนักหน่วงเป็นเวลา 6 สัปดาห์ในเขตกูตาตะวันออก ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตราว 1,600 คน รัฐบาลซีเรียประกาศว่าสามารถคุมพื้นที่ดังกล่าวซึ่งอยู่นอกกรุงดามัสกัสไว้ได้แล้ว

มีหลักฐานว่าใช้อาวุธเคมีจริงหรือ?

ศูนย์รวบรวมข้อมูลการละเมิด The Vilolations Documentation Center หรือ VDC ซึ่งรวบรวมข้อกล่าวหาการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นในซีเรีย ระบุว่าพบศพผู้เสียชีวิตอยู่ในสภาพน้ำลายฟูมปาก ผิวหนังเปลี่ยนสี และนัยน์ตาไหม้

เว็บไซต์สถานีโทรทัศน์เอ็นบีซีรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่าได้ตรวจเลือดและปัสสาวะของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายและพบว่ามีสารคลอรีนและสารพิษทำลายประสาทปนเปื้อนอยู่

เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับการใช้อาวุธเคมีในซีเรีย?

เอ็นบีซีรายงานอีกว่าเจ้าหน้าที่หลายรายยืนยันว่า "มีความมั่นใจ" ในข้อมูลข่าวกรองที่มีอยู่ แม้จะไม่ 100% ก็ตาม

ด้านประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ออกมาเปิดเผยว่ามี "หลักฐาน" ที่ชี้ว่ารัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีโจมตีในเมืองดูมา อย่างไรก็ดี นายมาครงไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมใด ๆ

ส่วนรัฐบาลอังกฤษ มีมติร่วมกันว่า "มีความเป็นไปได้สูง" ที่รัฐบาลนายอัสซาด จะใช้อาวุธเคมี และไม่อาจปล่อยให้สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไว้เฉย ๆ ได้

Image copyright Reuters

ในการหารือกันทางโทรศัพท์นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ และนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เห็นพ้องว่าประธานาธิบดีอัสซาด "กำลังทำให้พฤติกรรมอันตรายอย่างการใช้อาวุธเคมีเป็นที่ยอมรับ"

แถลงการณ์ของทำเนียบรัฐบาลอังกฤษระบุว่า ทั้งสองจะ "ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด" ในการจัดการปัญหานี้

ท่าทีรัสเซียเป็นอย่างไร?

รัสเซียมองรายงานข่าวเรื่องการโจมตีด้วยอาวุธเคมีในซีเรียว่าเป็น "การยั่วยุ" ที่ทำขึ้นเพื่อให้ชาติตะวันตกใช้เป็นข้ออ้างในการเข้าไปแทรกแซงเหตุการณ์ในซีเรีย

นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวเมื่อวันพุธว่าเขาหวังว่าในที่สุดทุกฝ่ายจะใช้สามัญสำนึกและสถานการณ์จะดำเนินไปอย่างมั่นคง ส่วนรัสเซียนั้นจะรักษาสัญญาที่ทำไว้กับประชาคมโลกทุกประการ

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 หรือไม่?