ยูเอ็นตามผลคืบหน้าไทยเล็งปรับ กม.ยาเสพติด

Image copyright Joe Raedle/Getty Images
คำบรรยายภาพ ยาสมุนไพรผสมสารสกัดจากพืชกระท่อมได้รับอนุญาตให้จำหน่ายอย่างถูกกฎหมายในบางประเทศ

นายยูริ เฟโดตอฟ รองเลขาธิการสหประชาชาติ และผู้อำนวยการบริหารของสำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) รวมถึงนายเจเรมี ดักลาส ผู้แทนระดับภูมิภาค สำนักงาน UNODC ภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก เข้าพบพลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม เมื่อวานนี้ (18 พ.ย.) เพื่อหารือด้านความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับ UNODC ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดและอาชญากรรมอื่นๆ

เว็บไซต์กระทรวงยุติธรรมรายงานว่าการพบปะกันครั้งนี้เป็นการติดตามผลคืบหน้าด้านการพิจารณาเปลี่ยนแปลงกฎหมายยาเสพติดไทย สืบเนื่องจากการหารือกันในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติว่าด้วยยาเสพติดโลก (UNGASS) ช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยรวมถึงการพิจารณาปฏิรูปเรือนจำ การบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดโดยสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชน การแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ และการค้ามนุษย์

ขณะที่หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์รายงานว่า พล.อ.ไพบูลย์ ยืนยันมติกระทรวงยุติธรรมที่จะพิจารณาถอดถอนพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด เนื่องจากเห็นว่านโยบายการปราบปรามใบกระท่อมในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้ช่วยลดจำนวนผู้เสพหรือผู้ค้าลง แต่กลับส่งผลให้เกิดการลอบซื้อใบกระท่อมจากมาเลเซียเพิ่มขึ้น จึงควรปรับเปลี่ยนกฎหมายยาเสพติดให้กระท่อมอยู่ในบัญชีสมุนไพรแทน แต่ยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่อาจยุติปัญหายาเสพติดได้ทั้งหมดและจะต้องพิจารณาการบังคับใช้กฎหมายให้ชัดเจนเพื่อป้องกันการนำกระท่อมไปเป็นส่วนผสมของยาเสพติด

รายงานข่าวระบุว่า พล.อ.ไพบูลย์ เปิดเผยถึงนโยบายดังกล่าวระหว่างเดินทางลงพื้นที่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อมอบนโยบายขับเคลื่อนงานป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ภาคใต้ โดยมีตัวแทนฝ่ายปกครอง หน่วยงานความมั่นคง สาธารณสุข และภาคประชาสังคมจาก 14 จังหวัดภาคใต้เข้าร่วมด้วย

ทั้งนี้ ที่ประชุมผู้บริหารกระทรวงยุติธรรมมีมติให้ถอดพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษประเภท 5 เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่าใบกระท่อมเป็นพืชที่ชาวบ้านนิยมบริโภคเพื่อกระตุ้นในการทำงานโดยไม่มีอันตรายต่อร่างกาย ทั้งยังสามารถเป็นยาสมุนไพรรักษาโรคได้