ยูเอ็นตั้งนักกฎหมายไทยรับตำแหน่งใหม่ เมินคำค้านชาติแอฟริกา

Image copyright CHOI WON-SUK/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ นายวิทิตปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับสหประชาชาติในการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีละเมิดสิทธิมนุษยชนในซีเรียและเกาหลีเหนือมาก่อน

ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) มีมติเสียงข้างมากสนับสนุนให้นายวิทิต มันตาภรณ์ นักกฎหมายชาวไทย เข้าดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านการป้องกันความรุนแรงและการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ (SOGI)ตามข้อเสนอของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ กลุ่มประเทศสมาชิกยูเอ็นจากแอฟริกากว่า 50 ประเทศ ยกเว้นแอฟริกาใต้ ร่วมกันยื่นเรื่องคัดค้านมติแต่งตั้งนายวิทิตเข้ารับตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญอิสระฯ โดยระบุว่าตำแหน่งดังกล่าวไม่ได้รับความเห็นชอบในระดับสากล เพราะรสนิยมหรืออัตลักษณ์ทางเพศส่วนบุคคลไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนเมื่อเปรียบเทียบกับปัญหาทางสังคมและสิทธิมนุษยชนด้านอื่นๆ แต่ที่ประชุม UNGA ซึ่งจัดขึ้นล่าสุดเมื่อวานนี้ (21 พ.ย.) มีมติสนับสนุนตำแหน่งของนายวิทิต

ขณะที่องค์การสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ "ฮิวแมนไรท์วอทช์" ออกแถลงการณ์แสดงความยินดี โดยระบุว่ามติดังกล่าวของ UNGA เป็นชัยชนะของนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน และก่อนหน้านี้เพียง 1 วัน องค์กรระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนกว่า 800 แห่งทั่วโลกได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ยูเอ็นเดินหน้าผลักดันการแต่งตั้งตำแหน่ง SOGI แก่นายวิทิต โดยระบุว่าการปกป้องสิทธิทางเพศและอัตลักษณ์ทางเพศเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานด้านสิทธิมนุษยชน

Image copyright David McNew/Getty Images)
คำบรรยายภาพ องค์กรระหว่างประเทศพร้อมใจยืนยันว่าการปกป้องสิทธิทางเพศและอัตลักษณ์ทางเพศเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานด้านสิทธิมนุษยชน

ทั้งนี้ นายวิทิต มันตาภรณ์ ได้รับการเสนอชื่อโดยคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติให้เข้ารับตำแหน่งดังกล่าวในการประชุมเมื่อเดือน มิ.ย. และ ก.ย.ที่ผ่านมา แต่กลุ่มประเทศต่างๆ ในแอฟริกา รวมถึงรัสเซีย นำโดยผู้แทนยูเอ็นจากประเทศบอตสวานา ยื่นเรื่องคัดค้านคำสั่งแต่งตั้งดังกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็นเมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา

รายงานข่าวระบุว่านายวิทิตจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบและไต่สวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือการใช้ความรุนแรงต่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ หรือกลุ่ม LGBT ซึ่งมีผู้ร้องเรียนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก และคาดว่าจะอยู่ในวาระ 3 ปีนับจากวันเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ