ธงทอง จันทรางศุ : บทบาทสถาบันกษัตริย์ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้

ศ.(พิเศษ) ธงทอง จันทรางศุ: บทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย

ศ.(พิเศษ) ธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและผู้เชี่ยวชาญด้านราชสำนัก ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยถึงบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยของไทย

ศ.(พิเศษ) ธงทองบอกว่า แม้ไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย เป็นเวลาเกือบ 90 ปี แต่โดยข้อเท็จจริงแล้วพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวที่ได้ทรงใช้พระราชอำนาจในฐานะพระมหากษัตริย์ภายใต้ระบอบใหม่

ศ.(พิเศษ) ธงทอง กล่าวว่าแม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และ รัชกาลที่ 8 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ภายใต้ระบอบการปกครองเดียวกัน แต่พระองค์ทรงพำนักในต่างประเทศ หรือทรงครองราชย์เป็นเวลาไม่นาน ตลอดระยะเวลา 70 ปี ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงวางทิศทางบทบาทของพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยของไทยซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถนำมาอ้างอิงในวันข้างหน้าได้

Image copyright Soul of a Nation / BBC
คำบรรยายภาพ "ประชาชนสามารถบอกกล่าวได้ว่าตนเองมีความเกี่ยวข้องหรือได้รับโอกาส ได้พบ และได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างไร"

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงทำให้สถานะพระมหากษัตริย์ของไทยที่ดูเหมือนว่ามีระยะห่างกับประชาชนทั่วไปกลับมีมิติและมีมุมมองใหม่เกิดขึ้น ประชาชนสามารถบอกกล่าวได้ว่าตนเองมีความเกี่ยวข้องหรือได้รับโอกาส ได้พบ และได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างไร เช่น นิสิต นักศึกษาในมหาวิทยาลัยที่ได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ของพระองค์

ศ. (พิเศษ) ธงทอง กล่าวว่า พระองค์ทรงเห็นความสำคัญของบัณฑิตที่จะเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศในวันข้างหน้า ทรงต้องการสื่อสารกับคนหนุ่มคนสาวในนาทีที่ทรงหยิบปริญญาพระราชทานต่อบัณฑิตว่า ทรงทำอะไรร่วมกันกับคนหนุ่มคนสาวในประเทศนี้ และมีพระราชประสงค์ที่จะทรงให้บทเรียนสุดท้ายกับบัณฑิตเหล่านั้นด้วยว่า บางครั้งคนเราอาจจะต้องทำในสิ่งที่ไม่ใช่ความบันเทิงใจของเรา แต่เพื่อความสุขของคนอื่น

ศ.(พิเศษ) ธงทอง ระบุด้วยว่า ในบางช่วงบางเวลาที่การเมืองไทยมีเหตุให้ต้องเบี่ยงเบนจากวิถีประชาธิปไตย แต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่ทรงเลือกที่รักมักที่ชัง แต่ทรงดำรงพระองค์ในฐานะพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตย พระองค์ไม่ทรงเลือกว่าผู้ใดจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หากแต่เป็นสิ่งที่มาจากเหตุการณ์ทางการเมืองและข้อเสนอจากฝ่ายต่าง ๆ ทั้งสิ้น