ประยุทธ์ ย้ำต่างชาติ "อีกไม่นาน" มีกษัตริย์ใหม่

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา Image copyright AFP PHOTO / THAI ROYAL BUREAU
คำบรรยายภาพ นายกรัฐมนตรีต้องการให้ต่างชาติเห็นว่าไทยยังคงมีเสถียรภาพทุกด้าน

จับตาประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาตินัดพิเศษอังคารหน้า ขณะที่นายกรัฐมนตรีให้ความมั่นใจกับนักลงทุนต่างชาติเมื่อวันศุกร์ว่า "ในเวลาอีกไม่นาน เราจะมีพระมหากษัตริย์องค์ใหม่"

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวแสดงปาฐกถาเนื่องในงานหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย (เจเอฟซีซีที) ที่โรงแรมแชงกรี-ล่า เมื่อเวลา 14 น. ของ วันที่ 25 พ.ย. ว่ารัฐบาลของเขา เข้ามาขจัดปัญหา สร้างอนาคต และเดินหน้าโรดแมปสู่เลือกตั้งประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

"ขอยืนยันกับทุกคนว่า ไม่ต้องกังวลกับสถานการณ์ของไทย เพราะทุกอย่างยังคงมีเสถียรภาพเช่นเดิมทุกด้าน และใช้เวลาอีกไม่นานนักเราก็จะมีพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ และเราก็จะทำหน้าที่เหมือนเช่นวันวานที่ผ่านมาในทุกเรื่องในหน้าที่ของรัฐบาล" นายกฯกล่าว

ปาฐกถาของนายกฯ ที่มีต่อนักธุรกิจต่างชาติในไทยเกิดขึ้นหลังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความถูกต้องและความเป็นไปได้ของข่าวของรอยเตอร์และบีบีซี ที่รายงานว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จะเสด็จขึ้นครองราชย์ในวันที่ 1 ธันวาคมศกนี้ และหลังเสด็จขึ้นครองราชย์แล้ว พระองค์จะทรงลงพระปรมาภิไธยในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

Image copyright Reuters

ความไม่แน่นอนและความสับสนในกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่รัชกาลใหม่ สร้างความฉงนสงสัยในเหล่าทูตานุทูตนานาชาติในประเทศไทย และยังชะลอการลงทุนจากต่างประเทศในภาวะที่รัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร กำลังต้องการเงินทุนจำนวนมหาศาลจากนานาประเทศมาช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ

พล.อ. ประยุทธ์ ไม่ได้ระบุว่า "ในเวลาอีกไม่นาน" คือ เมี่อไร ซึ่งก่อให้เกิดกระแสการคาดการณ์ขึ้นว่า อาจเกิดขึ้นได้ในอังคารที่ 29 พ.ย. ซึ่งรัฐบาลขอให้ สนช. นัดประชุมวาระพิเศษ

Image copyright Getty Images

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันศุกร์ว่า การนัดประชุมวาระพิเศษวันที่ 29 พ.ย. คือการนัดประชุมนอกเหนือจากการนัดประชุมปกติที่จะมีทุกวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ของแต่ละสัปดาห์ ซึ่งจากที่ได้รับการประสานงานมา รัฐบาลขอให้เตรียมพร้อมเพื่อรับเรื่องไว้เท่านั้นโดยไม่ได้บอกรายละเอียดไว้

"เรื่องที่ส่งมายัง สนช. อาจเป็นเรื่องของการออกกฎหมาย เรื่องสนธิสัญญา หรือเรื่องใดก็ได้ที่เร่งด่วน ทั้งนี้หากผมทราบเรื่องที่รัฐบาลจะส่งมาอย่างชัดเจนถึงจะออกวาระการประชุมอย่างเป็นทางการทันที" นายพรเพชร กล่าว

มาตรา 23 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ระบุว่า

"ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช 2467 แล้ว ให้คณะรัฐมนตรีแจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบ และให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อรับทราบ และให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบไป แล้วให้ประธานรัฐสภาประกาศให้ประชาชนทราบ"

มติชนออนไลน์รายวันวันศุกร์นี้ อ้างคำสัมภาษณ์ของ นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 2 ว่า ประธานสนช.อยากให้สมาชิก สนช.ในฐานะที่ไม่ใช่ฝ่ายนำแต่เป็นฝ่ายรับปฏิบัติ ต้องเตรียมความพร้อมตลอดเวลาตามรัฐธรรมนูญกำหนด และ สนช.จะเป็นผู้พิจารณากฎหมาย ดังนั้น ในขณะนี้นายพรเพชรจึงสั่งให้สมาชิกทุกคนบริหารการลาการประชุมให้เรียบร้อยและไม่ให้ลาการประชุมไปต่างประเทศในช่วงสัปดาห์ดังกล่าว เพื่อให้มีสมาชิกครบองค์ประชุม ถ้าหากจำเป็นต้องมีการประชุม สนช.ในช่วงนี้

Image copyright Getty Images

การประชุม สนช.ในวันที่ 29 พ.ย.จะเริ่มในเวลา 11.00 น. โดยจะมีการถ่ายทอดทางสถานีโทรทัศน์ก่อนหน้านั้น ในช่วงเช้าจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นประธาน

"ไม่มีใครรู้แน่นอนว่า การประชุมนัดพิเศษของสนช.ในวันอังคารจะเป็นเรื่องอะไร แต่หลายคนในสนช.เชื่อว่าจะเป็นไปตามมาตรา 23 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550" แหล่งข่าวจากสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศกล่าวกับบีบีซีไทย

แหล่งข่าวจากสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศอีกรายกล่าวกับบีบีซีไทยว่า กระบวนการตามมาตรา 23 อาจจะมีขึ้นในวันที่ 1 หรือ 2 ธันวาคม เพราะในขณะนี้พระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ยังอยู่ในต่างประเทศ แต่แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับกรรมการร่างรัฐธรรมนูญกล่าวว่า กระบวนการทั้งหมดจะเกิดขึ้นและเสร็จสิ้นในวันที่ 29

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม