เตรียมทดสอบฉีดยาต้านไวรัสแก่กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อเอชไอวีในไทย

เอชไอวี, เอดส์, วันเอดส์โลก Image copyright VALERY HACHE/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ กรมควบคุมโรคระบุว่าผู้ติดเชื้อเอชไอวีสะสมในไทยอยู่ที่ประมาณ 1.5 ล้านคน จากผลสำรวจล่าสุดในปี 2558

บริษัทยารายใหญ่เตรียมทดสอบยาต้านไวรัสแบบฉีดและแบบฝังเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี/เอดส์แก่ประชากรกลุ่มเสี่ยงในภูมิภาคอเมริกา แอฟริกา รวมถึงประเทศไทย

บริษัทแกล็กโซสมิธไคลน์ ผู้ผลิตยารายใหญ่จากสหราชอาณาจักร ร่วมมือกับหน่วยงานสาธารณสุขของสหรัฐฯ รวมถึงมูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์ เตรียมทดสอบยาต้านไวรัสเอชไอวี/เอดส์แบบฉีดให้แก่กลุ่มชายรักชายในประเทศไทยและกลุ่มประเทศแถบทวีปอเมริกา โดยตั้งเป้าทดสอบตัวยาดังกล่าวอย่างเร็วที่สุดภายในเดือน ธ.ค. และคาดว่าจะใช้เวลาทดสอบยาดังกล่าวประมาณ 4 ปี แต่ข่าวไม่ได้ระบุรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติม

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่ายาต้านไวรัสเอดส์ที่ บ.แกล็กโซฯ จะเริ่มทดสอบในไทยและประเทศแถบอเมริกาเป็นยาต้านไวรัสก่อนการสัมผัสเชื้อ หรือเพร็พ (PrEP) ซึ่งผลทดสอบการใช้ยาเพร็พแบบเม็ดบ่งชี้ว่าสามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี/เอดส์ในประชากรกลุ่มเสี่ยงได้มากกว่าร้อยละ 90 แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องกินยาสม่ำเสมอ

Image copyright MARCO LONGARI/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ การใช้ต้านไวรัสเพร็พแบบเม็ดยังเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้ในบางประเทศแถบแอฟริกา

ส่วนบริษัทกิลเลียดไซน์ ผู้ผลิต "ทรูวาดา" ยาต้านไวรัสเพร็พแบบเม็ด มีแผนจะพัฒนาและทดสอบยาต้านไวรัสแบบฝังแก่กลุ่มประชากรเสี่ยงในอนาคต เนื่องจากผลสำรวจบ่งชี้ว่าผู้ใช้ยาเพร็พแบบเม็ดในหลายประเทศแถบแอฟริการะบุว่าการกินยาให้ครบอย่างต่อเนื่องเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิง เนื่องจากการกินยาต้านไวรัสเป็นเรื่องที่สังคมยังไม่อาจยอมรับได้ ทำให้ผู้ใช้ยาถูกมองด้วยความหวาดระแวง บริษัทจึงจะพัฒนายาต้านไวรัสแบบฝังลงในร่างกายแบบเดียวกับยาคุมกำเนิด เพื่อลดความลำบากใจและช่วยให้เกิดความต่อเนื่องในการรับยา

Image copyright Justin Sullivan/Getty Images
คำบรรยายภาพ กลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับยาเพร็พในไทยมีอยู่ราว 1.5 แสนคน

จากข้อมูลของกรมควบคุมโรคของไทยระบุว่า ยาเพร็พที่ใช้กันอยู่ในประเทศเป็นแบบเม็ด และเป็นการให้ยา 2 ตัวร่วมกัน ได้แก่ ยาทีโนโฟเวียร์ (TDF) และยาเอมทริซิตามีน (FTC) ซึ่งองค์การเภสัชกรรม (อภ.) สามารถผลิตได้ ส่วนกลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับยาเพร็พในไทยมีอยู่ราว 1.5 แสนคน ทั้งกลุ่มชายรักชาย กลุ่มหญิงข้ามเพศ ผู้ใช้ยาเสพติดประเภทฉีด และคู่สมรสที่มีผลเลือดต่าง

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 26 พ.ย. กรมควบคุมโรคเผยยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการยุติปัญหาเอดส์ พ.ศ.2560-2573 โดยระบุว่ารัฐบาลตั้งเป้าลดการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ให้เหลือไม่เกิน 1,000 รายต่อปี และจะต้องลดการเสียชีวิตในผู้ติดเชื้อเอชไอวีไม่เกิน 4,000 รายต่อปี รวมถึงลดการเลือกปฏิบัติอันเกี่ยวเนื่องจากเอชไอวีและเพศภาวะลงให้ได้ร้อยละ 90

ส่วนผลสำรวจของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เมื่อปี 2558 ระบุว่า ประมาณร้อยละ 85 ของผู้ป่วยโรคเอดส์ในไทย มีอายุระหว่าง 15-45 ปี ส่วนจำนวนสะสมของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในประเทศอยู่ที่ประมาณ 1,526,028 ราย และผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ มีจำนวนประมาณ 6,759 ราย