กรธ. เผย ร่างกม.พรรคการเมืองเน้นสร้างกลไกให้ประชาชนมีส่วนร่วม

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย Image copyright CHRISTOPHE ARCHAMBAULT/Getty Images

กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ) เผยเนื้อหาร่าง พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ไม่ให้นายทุนครอบงำพรรค ย้ำไม่ "เซทซีโร่" พรรคการเมืองเก่า แต่ต้องปรับให้เข้ากับกติกาใหม่ เพื่อสร้างสถาบันการเมืองที่ดีขึ้น

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. พร้อมด้วยนายธนาวัฒน์ สังข์ทอง และนายศุภชัย ยาวประภาส กรธ. แถลงเปิดเนื้อหาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองเบื้องต้นว่า ร่างฉบับนี้พยายามสร้างกลไกให้ประชาชนเป็นเจ้าของพรรคการเมืองอย่างแท้จริง และให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมในการบริหารพรรคโดยที่ไม่ถูกครอบงำจากนายทุน จึงกำหนดให้การตั้งพรรคการเมืองจะต้องรวมตัวกันให้ได้ 500 คน จ่ายเงินทุนประเดิมอย่างน้อยคนละ 2,000 บาท แต่ไม่เกิน 500,000 บาท พร้อมต้องทำรายงานบันทึกว่าแต่ละบุคคลจ่ายเงินจำนวนเท่าใด จากนั้นภายในปีแรก พรรคจะต้องมีสมาชิกให้ได้ 5,000 คน และภายใน 4 ปีควรได้สมาชิกไม่น้อยกว่า 20,000 คน มิฉะนั้นจะถือว่าสิ้นสภาพ นอกจากนี้พรรคการเมืองจะต้องมีสาขาพรรคอย่างน้อย 1 สาขาในแต่ละภาคด้วย

Image copyright BBC Thai
คำบรรยายภาพ นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. พร้อมด้วยนายธนาวัฒน์ สังข์ทอง และนายศุภชัย ยาวประภาส กรธ. แถลงเปิดเนื้อหาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองเบื้องต้น

นอกจากนี้ ร่างกฎหมายลูกนี้ได้วางหน้าที่ซึ่งพรรคการเมืองต้องปฏิบัติ 4 ประการ คือ 1) เสริมสร้างความเข้าใจให้ประชาชนรู้จักประชาธิปไตย และใช้สิทธิเสรีภาพอย่างมีความรับผิดชอบ 2) เสนอแนวทางการพัฒนาประเทศและแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมอย่างมีเหตุผล 3) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ 4) ส่งเสริมให้ประชาชนมีความสามัคคี ปรองดอง และแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในชาติอย่างสันติวิธี หากไม่ปฏิบัติตามหน้าที่เหล่านี้จะมีบทลงโทษถึงขั้นยุบพรรค และเพิกถอนสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคด้วย

อย่างไรก็ตาม กรธ.ยืนยัน ไม่มีเจตนาจะเซตซีโร่พรรคการเมืองเก่า แต่พรรคการเมืองต้องปรับเปลี่ยนตามกติกาใหม่

นายอุดม กล่าวว่า "สำหรับพรรคการเมืองเก่าจะดำรงอยู่หรือไม่ เราคิดถึงอยู่ แต่พรรคเก่าจะต้องเข้ามาร่วมกับเราตามกติกาต้องเคลียร์สมาชิกเก่า ระดมสมาชิกใหม่ให้ได้ 5,000 คน เรายืดหยุ่น และมีความอดทนให้ท่าน ถ้าท่านยังทำไม่ได้ ก็อย่าเพิ่งส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง พรรคเก่าจะต้องตั้งสาขาพรรค เพื่อมี กรรมการบริหารมารับผิดชอบจริงจัง พรรคการเมืองเรามีมาก แต่มีคนที่ซ้ำซ้อนกัน ก็เป็นเรื่องที่พรรคการเมืองต้องรับผิดชอบ เพราะต้องมีเงินสนับสนุนพรรคการเมืองด้วย และสิ่งที่ต้องคิดต่อจากกฎหมายนี้คือจะต้องทำอย่างไรให้กติกามีความเข้มแข็ง คนที่ต้องตรวจสอบคือ กกต. "

Image copyright LILLIAN SUWANRUMPHA/Getty Images

นอกจากนี้ นายอุดม ยังระบุว่า ได้กำหนดโทษที่นำไปสู่การยุบพรรคการเมืองไว้หลายเรื่อง เช่น กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองฯ และ พรรคการเมืองปล่อยปะละเลยให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคเข้ามาครอบงำการดำเนินกิจการภายในพรรค พรรคการเมืองให้เงินหรือสัญญาว่าจะให้ทรัพย์สินจูงใจบุคคลเข้ามาเป็นสมาชิกพรรค ซื้อขายตำแหน่งทางการเมือง และข้าราชการระดับสูง ซึ่งผู้ที่ขายตำแหน่งอาจได้รับโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต

ทั้งนี้ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยุบพรรคแล้ว ห้ามบุคคลใดใช้ชื่อ ชื่อย่อ หรือตราสัญลักษณ์การเมืองนั้นซ้ำ หรือพ้องกับพรรคที่ถูกยุบ และห้ามกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบไปจดทะเบียนตั้งพรรคการเมืองใหม่ หรือไปเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองอื่นภายใน 10 ปี

โฆษกกรธ. ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอ่านกฎหมายลูกฉบับนี้อย่างละเอียด เพราะทุกมาตรามีความเชื่อมโยงกัน และหากมีข้อเสนอใด กรธ. ก็ยินดีรับฟัง