ราชทัณฑ์ทยอยปล่อยตัวนักโทษ-ชูวิทย์พ้นเรือนจำด้วย

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ กรมราชทัณฑ์เผยว่าผู้ต้องขัง 30,000 รายมีคุณสมบัติเข้าเงื่อนไขได้รับพระราชทานอภัยโทษ รวมถึงนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำโรงพยาบาลราชทัณฑ์ วันนี้ (16 ธ.ค.) หลังจากถูกศาลฎีกาตัดสินจำคุกตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค. 2559 จากกรณีที่นายชูวิทย์และพวกร่วมกันใช้กำลังบุกรื้อบาร์เบียร์ย่านสุขุมวิทในเดือน ม.ค. 2546 โดยศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี ในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์และใช้กำลังประทุษร้าย

อย่างไรก็ตาม นายชูวิทย์เป็นหนึ่งในผู้ต้องขังของกรมราชทัณฑ์ 30,000 รายที่มีคุณสมบัติเข้าเงื่อนไขได้รับพระราชทานอภัยโทษ ตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ เนื่องในโอกาสแรกนับแต่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ขึ้นทรงราชย์สืบราชสันตติวงศ์ ทำให้เขาได้รับการปล่อยตัวในวันนี้ โดยมีครอบครัวและญาติมารอรับ พร้อมด้วยสื่อมวลชนที่รอติดตามรายงานข่าว

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ครอบครัวและญาติรอรับการปล่อยตัวนายชูวิทย์ที่หน้าโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ท่ามกลางสื่อมวลชนที่ติดตามรายงานข่าว

นายชูวิทย์ระบุว่านับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พระราชทานอภัยโทษให้แก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ได้กลับเนื้อกลับตัว และขอให้สังคมให้อภัยและให้โอกาสแก่พี่น้องร่วมชาติที่กระทำความผิด ทั้งยังย้ำด้วยว่าความยุติธรรมมีจริง และขอแนะนำให้ผู้หลบหนีคดีหรือหลบหนีหมายศาลเข้ามอบตัวเพื่อต่อสู้ตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ นายชูวิทย์ยังได้ให้สัมภาษณ์ด้วยว่าจะเลิกเล่นการเมือง เพราะไม่อยากกลับไปติดคุกอีก และในวันพรุ่งนี้ (17 ธ.ค.) เขาจะเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมพิธีรับปริญญาของบุตรสาว และเมื่อกลับมาอีกครั้งจะหาอาชีพสุจริตทำ เนื่องจากที่ผ่านมามีอดีตเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทามาตลอด

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ นายชูวิทย์ประกาศว่าจะเลิกเล่นการเมือง โดยให้เหตุผลว่าไม่อยากกลับเข้าคุกอีก

ทั้งนี้ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ เนื่องในโอกาสแรกนับแต่ขึ้นทรงราชย์สืบราชสันตติวงศ์ พ.ศ. 2559 เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ เนื่องในโอกาสแรกนับแต่ขึ้นทรงราชย์สืบราชสันตติวงศ์ เพื่อเป็นการแสดงพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมควรพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ เพื่อให้โอกาสแก่บุคคลเหล่านั้นกลับประพฤติตนเป็นพลเมืองดี อันจะเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป โดยมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระราชโองการ