ตำรวจเผยผลจับกุม 9 แฮกเกอร์เจาะเว็บไซต์หน่วยงานราชการ

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะเป็นผู้สอบสวน 1 ใน 9 ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นแฮกเกอร์ด้วยตัวเอง

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยตัว 1 ใน 9 ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นกลุ่มแฮกเกอร์ที่เจาะระบบและโจมตีเว็บไซต์หน่วยงานราชการหลายแห่ง เพื่อต่อต้านร่างพระราชบัญญัติการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ หรือร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฉบับแก้ไข

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องสงสัยเพศชายอายุ 19 ปี มาแถลงข่าวยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) วันนี้ (26 ธ.ค.) ส่วนของกลางที่ยึดมาได้มีทั้งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อาวุธปืน และเครื่องกระสุนอีกหลายรายการ

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจนำของกลางมาแสดงต่อสื่อมวลชน

ระหว่างการแถลงข่าว พล.ต.อ.จักรทิพย์ระบุว่ากองทัพเป็นฝ่ายควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 9 รายเอาไว้ได้ แต่เขาจะสอบสวนผู้ต้องสงสัยที่ถูกนำตัวมาแถลงข่าวด้วยตัวเอง เพราะเป็นผู้ที่มีพฤติการณ์ชัดเจนที่สุด พร้อมยืนยันว่าการเจาะระบบที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อหน่วยงานราชการแต่อย่างใด

ขณะที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นฝ่ายควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยว่าเป็นแฮกเกอร์ทั้งหมด 9 คน และจะเร่งดำเนินการเพื่อจับกุมและควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้ดำเนินการและแถลงข่าวความคืบหน้าต่อไป โดย พล.อ.ประวิตรขอให้ประชาชนมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ปล่อยปละละเลยการปฏิบัติหน้าที่นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังได้กล่าวถึงการดูแลสถานการณ์ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะถึง โดยระบุว่าช่วงเทศกาลปีใหม่นี้จะผ่านไปด้วยความเรียบร้อย รวมถึงสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะเหตุรุนแรงในปัจจุบันลดลงไปมาก เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายร่วมมือกันดำเนินการอย่างเข้มงวด

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรระบุว่า สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนใต้ช่วงเดือนที่ผ่านมา มีการซุ่มโจมตีและทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ในช่วงแรก แต่ช่วงหลังไม่มีการก่อเหตุ ส่วนพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ที่เคยเกิดเหตุรุนแรงช่วงวันที่ 11-12 ส.ค. อยู่ระหว่างการดำเนินคดี และในกรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะมีการออกเคลื่อนไหวก่อเหตุนอกพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้นั้น ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายปกครอง ทหารและตำรวจ จะร่วมกันตั้งด่านความมั่นคงเพื่อดูแลสถานการณ์ไม่ให้ผู้ไม่หวังดีเล็ดรอดออกมาก่อเหตุนอกพื้นที่ได้ ส่วนศูนย์แก้ไขปัญหาความมั่นคงแบบบูรณาการ (ศมบ.) สังกัดกระทรวงมหาดไทย จะดูแลเรื่องการเดินทางของประชาชน ทั้งเรื่องความสงบ ความปลอดภัยและการใช้รถ