ตร เพิ่มมาตรการดูแลทำเนียบรัฐบาล หลังผู้ร้องทุกข์บุกปีนหลังคา-โยนประทัด

ร้องทุกข์, ทำเนียบรัฐบาล, ธนาคารออมสิน, ประทัดยักษ์ Image copyright STR/BBC Thai
คำบรรยายภาพ นายเฉลิม สอนนนฐี อายุ 43 ปี ชาวจังหวัดน่าน ได้ชูป้ายเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีช่วยแก้ปัญหา

พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) กล่าวว่า ได้กำชับให้ตำรวจสันติบาลเพิ่มความเข้มงวดกวดขันในการตรวจสอบคนเข้าออกและรักษาความปลอดภัยบริเวณทำเนียบรัฐบาลให้มากขึ้น หลังเกิดเหตุชายคนหนึ่งปีนหลังคาชั้นสองของธนาคารออมสินภายในรั้วทำเนียบฯ ช่วงเช้าวันนี้ (27 ธ.ค.) เพื่อเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความช่วยเหลือเรื่องหนี้สินนอกระบบที่กู้มามาทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. บริเวณประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล ฝั่งถนนพิษณุโลก โดย นายเฉลิม สอนนนฐี อายุ 43 ปี ชาวจังหวัดน่าน ได้ชูป้ายเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีช่วยแก้ปัญหา ทั้งยังโยนประทัดลงมาด้านล่าง และมีท่าทีว่าจะจุดประทัดยักษ์ที่เตรียมมาด้วย สร้างความแตกตื่นแก่เจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่ตะโกนยับยั้งไว้ได้ จากนั้นจึงเจ้าหน้าที่ได้ประสานกับสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยกรุงเทพมหานคร เพื่อนำรถกระเช้ามารับตัวชายผู้ก่อเหตุลงมา ใช้เวลารวมราว 1 ชั่วโมง

เจ้าหน้าที่ในทำเนียบรัฐบาลกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า นายเฉลิม เคยก่อเหตุปีนรั้วทำเนียบรัฐบาลเพื่อชูป้ายเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากนายกรัฐมนตรีมาก่อนแล้วเมื่อวันที่ 1 เม.ย.และ 1 ต.ค.2558

Image copyright STR/BBC Thai
คำบรรยายภาพ นายเฉลิมเคยก่อเหตุปีนรั้วทำเนียบรัฐบาลเพื่อชูป้ายเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากนายกรัฐมนตรีมาก่อนแล้ว 2 ครั้ง

ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่าจะต้องตรวจสอบกรณีที่นายเฉลิมพกประทัดยักษ์ที่มีลักษณะคล้ายวัตถุระเบิดเข้ามาในทำเนียบรัฐบาลว่าเข้าข่ายมีความผิดหรือขัดคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่บกพร่องหรือไม่ที่ปล่อยให้นายเฉลิมนำวัตถุคล้ายระเบิดเข้าไปในบริเวณสถานที่ราชการที่สำคัญ

ขณะที่นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ศูนย์บริการประชาชนได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อหาทางแก้ปัญหาให้แก่นายเฉลิมในระดับหนึ่งแล้ว แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของเอกชนซึ่งรับเหมาไม่ผ่าน โดยที่ผ่านมามีการร้องเรียนร้องทุกข์ผ่านศูนย์บริการประชาชนกว่า 87,843 เรื่อง และยังเหลือเรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการอีก 10,626 เรื่อง หรือประมาณ 10.79 เปอร์เซ็นต์