PwC คาดมูลค่าธุรกรรมโดรนทั่วโลกทะยาน 60 เท่า ใน 4 ปีหน้า

Image copyright LILLIAN SUWANRUMPHA/AFP/Getty Images

ไพรซ์วอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ หรือ PwC บริษัทเครือข่ายผู้ให้บริการด้านตรวจสอบบัญชี ภาษี และธุรกิจที่ปรึกษาแถลงเมื่อวานนี้ (28 ธ.ค.) ถึงผลประเมินมูลค่าธุรกรรมที่เกิดจากการใช้งานโดรน หรือ อากาศยานที่ไม่มีพลขับ โดยระบุว่ามูลค่าธุรกรรมทั่วโลกจะขยายตัวเพิ่มขึ้นจาก 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ ราว 7 หมื่นล้านบาท ในปัจจุบัน เป็น 1.27 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 4.45 ล้านล้านบาท ในปี 2563

PwC ประเมินว่าแวดวงอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วโลกมีแนวโน้มจะใช้งานโดรนเพิ่มขึ้น ทั้งอุตสาหกรรมการขนส่งและคมนาคม อุตสาหกรรมเกษตร และอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมทั้งยกตัวอย่างการใช้โดรนในการขนส่งพัสดุไปพื้นที่ห่างไกลและสัญจรลำบาก ซึ่งช่วยให้บริการดังกล่าวมีความคล่องตัวขึ้น และอุตสาหกรรมเกษตร มีการใช้โดรนในการประเมินข้อมูลพืชผล รวมถึงพ่นละอองในแปลงเกษตร

ส่วนภาคสาธารณูปโภคเป็นตลาดที่คาดว่าจะช่วยเพิ่มมูลค่าตลาดโดรนได้มากที่สุด ประมาณ 4.52 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือกว่า 1.58 ล้านล้านบาท แต่แนวโน้มที่ตลาดโดรนจะขยายตัวตามเป้าหมายจะต้องอาศัยกรอบปฏิบัติทางกฎหมาย รวมถึงนโยบายที่ชัดเจนในการเพิ่มมูลค่าธุรกรรมของโดรนในเชิงพาณิชย์ ซึ่งต้องรวมไปถึงการส่งเสริมและพัฒนาด้านเทคโนโลยีของสินค้าและบริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่กลุ่มเป้าหมาย

Image copyright PwC

ในส่วนประเทศไทยนั้น นางสาววิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานที่ปรึกษา PwC Consulting (ประเทศไทย) กล่าวในเอกสารเผยแพร่ว่า การใช้งานโดรนได้ขยายจากงานด้านการทหารไปสู่ธุรกิจมากขึ้น จากงานถ่ายภาพมุมสูงสู่อุตสาหกรรมขนส่ง ประกันภัย แม้แต่โซลาร์ฟาร์ม ดังนั้น รัฐบาลจึงควรมีนโยบายและกฎหมายที่ชัดเจนและเพื่อให้ธุรกิจต่างๆสามารถใช้ประโยชน์จากโดรนได้เต็มที่

นับตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา กระทรวงคมนาคมของไทยได้ประกาศหลักเกณฑ์การขออนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยโดรน โดยทางการไทยอนุญาตให้ใช้โดรนได้ 2 แบบ ได้แก่ โดรนที่มีน้ำหนักไม่ถึง 2 กิโลกรัม และโดรนที่มีน้ำหนักเกิน 2 กิโลกรัมแต่ไม่เกิน 25 กิโลกรัม

Image copyright BORIS HORVAT/AFP/Getty Images

ผู้ที่จะบังคับหรือปล่อยโดรนได้ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และต้องไม่เป็นผู้ที่มีพฤติการณ์อันเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ ไม่เคยต้องโทษจำคุุกในคดียาเสพติดหรือกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ส่วนวัตถุประสงค์ในการบังคับโดรนที่ได้รับอนุญาต ได้แก่ การเล่นเป็นงานอดิเรก เพื่อความบันเทิงหรือกีฬา การรายงานเหตุการณ์หรือสภาพจราจร สื่อมวลชน การถ่ายภาพ การถ่ายทำ หรือการแสดงในภาพยนตร์หรือรายการโทรทัศน์ รวมถึงการวิจัยและพัฒนาอากาศยาน แต่ห้ามทำการบินในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน และรบกวนความสงบสุขของบุคคลอื่น ตลอดจนห้ามทำการบินเข้าไปในบริเวณเขตห้าม เขตจำกัด และเขตอันตราย รวมถึงสถานที่ราชการ

ส่วนสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ หรือ สปท. สังกัดกระทรวงกลาโหม เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่พัฒนาต้นแบบระบบอากาศยานไร้คนขับได้เอง โดยสำนักข่าวไทยรายงานว่าเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา สปท.ทยอยส่งมอบโดรนรุ่น Siam UAV มูลค่ากว่า 5 แสนบาท จำนวน 10 ระบบ ให้กับหน่วยงานต่างๆ ทั้งกองทัพไทย กองบัญชาการตำรวจภูธร กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกรมราชทัณฑ์ เพื่อนำไปใช้ในภารกิจทางทหาร การข่าว ลาดตระเวน เฝ้าติดตามสถานการณ์อื่นๆ เพื่อลดความเสี่ยงต่อชีวิตนักบิน โดยโดรน Siam UAV สามารถบินได้นานมากกว่า 40 นาที มีระยะปฏิบัติการกว่า 2 กิโลเมตร สามารถบรรทุกน้ำหนักได้กว่า 3 กิโลกรัม และมีเพดานบินกว่า 500 เมตร