สมาคมนักข่าวฯ ชี้ 2559 ปีรัฐซึมลึก

Image copyright PHILIPPE LOPEZ/AFP/Getty Images

สมาคมนักข่าวฯ สรุปสถานการณ์สื่อปี 2559 ยังอยู่ในภาวะอึมครึม-หวาดระแวง รัฐพยายามแทรกซึมเพื่อควบคุมสื่อ และสื่อซึมเศร้าจากการเสด็จสวรรคตของในหลวง ร.9

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เผยแพร่ภาพรวมสถานการณ์สื่อมวลชนปี 2559 วันนี้ (30 ธ.ค.) โดยระบุว่าสื่อจำนวนมากยังตกอยู่ในภาวะอึมครึมและหวาดระแวงอย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากการทำงานยังอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของประกาศคำสั่งอำนาจพิเศษตามมาตรา 44 ของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐมีความพยายามที่จะควบคุมและแทรกแซงสื่อผ่านการออกกฎหมายต่างๆ ซึ่งเข้าข่าย "รัฐซึมลึก"

รายงานของสมาคมนักข่าวฯ อ้างถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ยกร่างพระราชบัญญัติการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ซึ่งจะเปิดทางให้รัฐมีอำนาจแต่งตั้งและคัดเลือกกรรมการเกินครึ่งหนึ่งของ "คณะกรรมการสภาวิชาชีพสื่อมวลชน" อันเป็นองค์กรที่จะตั้งขึ้นใหม่ และสภาวิชาชีพฯ จะมีอำนาจชี้ขาดในการอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตแก่ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนทุกแขนง

นอกจากนี้ หัวหน้า คสช. ยังได้ออกคำสั่งแทรกแซงอำนาจของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ให้ขยายระยะเวลาการคืนคลื่นวิทยุของกองทัพและหน่วยงานของรัฐออกไปอีก 5 ปี ทำให้คลื่นกลับไปเป็นของรัฐตามเดิม ทั้งยังมีร่าง พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ ที่จะมีผลบังคับให้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนต้องจดทะเบียนเป็นสมาชิกองค์กรสภาวิชาชีพก่อนจะขอใบอนุญาตเปิดหัวหนังสือ ทำให้เกิดข้อกังขาเรื่องการปฏิรูปสื่อภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ว่าจะเอื้อต่อเสรีภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมากน้อยเพียงใด

Image copyright MANAN VATSYAYANA/AFP/Getty Images

สมาคมนักข่าวฯ และองค์กรวิชาชีพสื่ออื่นๆ จึงได้ประกาศจุดยืนคัดค้านแนวคิดของ สปท.ที่จะให้ตัวแทนรัฐบาลเข้ามาเป็นกรรมการในสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ และไม่ยอมรับที่สภาดังกล่าวมีอำนาจออกใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตแก่ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน แต่สมควรให้องค์กรสื่อกำกับดูแลกันเองตามแนวทางในร่าง พ.ร.บ.ที่องค์กรสื่อได้ร่วมกันเสนอร่างประกบกับร่างของ กมธ.ในช่วงที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นความสูญเสียและความวิปโยคอย่างใหญ่หลวงที่สุดของปวงชนชาวไทย ซึ่งรวมถึงวงการสื่อสารมวลชน ทั้งยังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในภาคอุตสาหกรรมสื่อ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี จนสถานประกอบการสื่อหลายแห่งจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้องค์กรอยู่รอด ทำให้คนในวงการสื่อเกิดสภาพ "สื่อซึมเศร้า"

จากปัจจัยที่กล่าวมาทั้งหมด สมาคมนักข่าวฯ ระบุว่าถึงเวลาแล้วที่องค์กรสื่อมวลชนและคนในวงการสื่อมวลชนทุกแขนงจะต้องรีบเร่งปรับตัว เพื่อฟื้นฟูศรัทธาให้เกิดต่อสาธารณะและให้สังคมเกิดความหวัง พร้อมเตือนสื่อมวลชนบางส่วนให้ยุติการนำเสนอข่าวละเมิดจริยธรรมสื่อ เพราะจะเป็นการเปิดช่องให้รัฐใช้เป็นข้ออ้างในความพยายามเข้าควบคุมได้

Image copyright Thai Journalists Association
คำบรรยายภาพ (1)
Image copyright Thai Journalists Association
คำบรรยายภาพ (2)
Image copyright Thai Journalists Association
คำบรรยายภาพ (3)