รองนายกฯ ยืนยันการเลือกตั้งเป็นไปตามโรดแมป

Image copyright THAI GOVERNMENT

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าววันนี้ (4 ธ.ค.) ถึงกรณีที่ทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ระบุว่าอาจจะต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไปเป็นช่วงกลางปี 2561 เนื่องจากต้องพิจารณากฎหมายจำนวนมากนั้น ต้องเรียนว่าเรื่องนี้ยาว จะพูดสั้นไม่ได้ ต้องมาคุยกันอีกครั้ง เพราะถ้าพูดตอนนี้อาจเกิดความเข้าใจผิด ทั้งนี้ตนขอยืนยันยังเป็นไปตามโรดแมปเหมือนเดิม

เมื่อถามว่ากฎหมายที่ค้างการพิจารณาอยู่ในสนช. มีเป็นจำนวนมากหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ถ้ากฎหมายค้างก็เร่งพิจารณา

Image copyright Wasawat Lukharang / bbc thai

ด้านมติชนออนไลน์รายงานอ้างอิง นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึง การชี้แจงกรณีดังกล่าวกับต่างประเทศด้วยว่า ไม่มีชาติไหนมาถามแล้ว เพราะเขาเห็นกระบวนการ และทิศทางแล้วหลังจากที่ไทยผ่านการทำประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ซึ่งถือเป็นสัญญาประชาคมว่าจะเดินหน้าสู่การเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ดี นายดอน ยอมรับว่าสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ อาจจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ทั้งนี้ รัฐบาลได้มีแผนงานทั้งหมดไว้อยู่แล้วเดินหน้า แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์วันที่ 13 ตุลาคมขึ้น ซึ่งโรดแมปอาจจะมีบวกลบบ้าง แต่เชื่อว่าไม่ว่าจะปรับอย่างไร ก็จะไม่กระทบกับความเชื่อมั่น เพราะเมื่อมีรัฐธรรมนูญทุกอย่างก็ต้องเดินตามนั้น ต่างชาติเขาเข้าใจในเรื่องนี้ดี

Image copyright Wasawat Lukharang / bbc thai
คำบรรยายภาพ นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)

ด้านไทยรัฐออนไลน์รายงานด้วยว่า นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ระบุวานนี้ (3 ม.ค.) ว่า กรธ. เตรียมดำเนินการในส่วนรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่า ช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ.2560 โดยจะจัดเวทีรับฟังความเห็นต่อร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ในพื้นที่ 4 ภูมิภาค โดยจะนำเนื้อหาของร่าง พ.ร.ป.ทั้ง 2 ฉบับ ซึ่ง กรธ.ได้พิจารณาจัดทำแล้วเบื้องต้นแต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น ขณะที่เนื้อหาเบื้องต้นจะยึดตามบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ อาทิ การเลือกตั้ง ส.ส.จะใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ขณะที่การได้มาซึ่ง ส.ว.จะแบ่งการได้มาเป็นกลุ่มต่างๆ และกำหนดหลักเกณฑ์ต่อการเลือกกันเองระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ