เพิ่มเติม 2 : การบินไทยสั่งสอบข่าว จนท.รับสินบนโรลส์-รอยซ์

การบินไทย Image copyright Getty Images

บอร์ดการบินไทยสั่งผู้บริหารตั้งกรรมการสอบกรณีพนักงานรับสินบนโรลส์-รอยซ์ หากพบผิดจริงจะส่งต่อ ป.ป.ช.ดำเนินการ ไม่เว้นแม้แต่อดีตพนักงาน-ผู้บริการ

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบินไทย กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) ของบริษัทในวันนี้ว่า ที่ประชุมมีมติให้ฝ่ายบริหารตั้งกรรมการขึ้นตรวจสอบข้อมูลเรื่องดังกล่าวอย่างเร็วที่สุด โดยต้องการทราบรายละเอียดและเกี่ยวข้องกับกับบุคลใดบ้าง ทั้งอดีตพนักงาน อดีตผู้บริหาร และคณะกรรมการที่ทำหน้าที่ในช่วงนั้น

นอกจากนี้ยังจะตรวจสอบข้อมูลการซื้อขายเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์จากเว็บไซต์ ซึ่งจะทำให้รู้ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนใด เพราะมีรายละเอียดช่วงเวลาการซื้อขายที่ชัดเจน หากพบว่าอดีตพนักงาน อดีตผู้บริหารหรืออดีตกรรมการคนใดมีส่วนเกี่ยวข้องแม้ว่าจะเกษียณอายุการทำงานไปแล้วก็สามารถที่จะนำตัวมาลงโทษได้

Image copyright Getty Images

"การบินไทยมุ่งมั่นเป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสไม่มีข้อยกเว้นต่อการทุจริตทุกรูปแบบ" นายจรัมพร กล่าว

ด้าน ร.อ.กนก ทองเผือก รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายทรัพยากรบุคคล และกำกับกิจการองค์กร การบินไทย กล่าวว่า ระเบียบของบริษัทเปิดช่องให้สอบสวนผู้บริหารและอดีตผู้บริหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือทำให้องค์กรได้รับความเสียหายได้ โดยกำหนดระยะเวลาไว้ 30 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน และสามารถขอขยายได้อีก 90 วัน อย่างไรก็ตาม หากเรื่องดังกล่าวมีมูลความจริงการบินไทยพร้อมส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ตรวจสอบต่อไป

ศาลสหราชอาณาจักรสั่งปรับ โรลส์-รอยซ์ บริษัทเครื่องยนต์ยักษ์ใหญ่ของโลกสัญชาติอังกฤษ 671 ล้านปอนด์ หรือ ราว 3 หมื่นล้านบาท หลัง สำนักงานต่อต้านการทุจริต (SFO) ของประเทศ พบว่า บริษัทสมรู้ร่วมคิดกับการทุจริต หรือ ละเลยต่อการป้องกันการติดสินบนในไทย จีน อินเดีย รัสเซีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และ ไนจีเรีย

ศาลสั่งให้ โรลส์-รอยซ์ จ่ายค่าปรับให้ เอสเอฟโอกว่า 497 ล้านปอนด์ ส่วน ทางบริษัทฯ แถลงว่า จะจ่ายค่าปรับ 141 ล้านปอนด์ (170 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) ให้ กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ และ 21.5 ล้านปอนด์ให้ทางการบราซิล

คำวินิจฉัยของ เอสเอฟโอ ชี้ว่า โรลส์-รอยซ์ ยอมจ่ายเงินราว 680 ล้านบาทให้แก่นายหน้าในภูมิภาค โดยเงินบางส่วนจ่ายให้แก่ "ผู้แทนของประเทศไทย และพนักงานของการบินไทย" ซึ่งบุคคลเหล่านี้ "ถูกคาดหวังว่าจะให้ความความช่วยเหลือแก่โรลส์-รอยซ์ในการจัดซื้อเครื่องเครื่องยนต์ T800 โดยการบินไทย" หนังสือพิมพ์ เดอะการ์เดี้ยนรายงานว่า การจ่ายเงินดังกล่าวสูงถึง 1.3 พันล้านบาท ระหว่างปี 2534-2548 เพื่อให้การบินไทยซื้อเครื่องยนต์ Trent ถึง 3 ลอตจากโรลส์-รอยซ์

Image copyright Rolls-Royce

ผลการสอบสวนโดยเอสเอฟโอและเจ้าหน้าที่ต้านทุจริตของสหรัฐฯ และบราซิลที่ใช้เวลาราว 5 ปี พบการกระทำผิดถึง 12 ครั้งใน 7 ประเทศ ในรอบ 25 ปี เช่น

  • ในอินโดนิเซีย พนักงานระดับสูงของโรลส์-รอยซ์จ่ายสินบนมูลค่าราว 80 ล้านบาท พร้อมรถโรลส์-รอยซ์รุ่นซิลเวอร์สปิริต 1 คันให้แก่นายหน้าคนหนึ่ง เพื่อตบรางวัลให้ในฐานที่สนับสนุนโรลส์-รอยซ์ในกระบวนการจัดซื้อเครื่องยนต์ Trent 700 เพื่อใช้ในอากาศยานของสายการบินแห่งชาติการูด้า
  • ในจีน เจ้าหน้าที่ของโรลส์-รอยซ์ตกลงจ่ายเงินราว 180 ล้านบาท ให้แก่ ไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลนส์ ของรัฐบาลจีน ขณะเจรจาเครื่องยนต์ T700 ในปี 2013 ในวงเงินนี้ เงินบางส่วนถูกใช้ไปเพื่อการส่งพนักงานของสายการบินไปเรียน หลักสูตรเอ็มบีเอสองสัปดาห์ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย และเพลิดเพลินกับ "ที่พัก 4 ดาว พร้อมกิจกรรมนอกหลักสูตรสุดหรู"
  • ในอินเดีย โรลส์-รอยซ์ถูกพบว่าจ้างตัวแทนให้เข้ามาดำเนินการกับสัญญาจัดหาอาวุธของรัฐบาลอินเดียในขณะที่กฎหมายของอินเดียในช่วงนั้น ห้ามใช้ตัวแทน แต่บริษัทฯ ก็ใช้ผู้แทนแล้วเลี่ยงจ่ายค่าตอบแทนในรูป "บริการคำปรึกษาทั่วไป" แทนจ่ายค่านายหน้า
  • ใน ไนจีเรีย โรลส์-รอยซ์ มีความผิดฐาน จ้างนายหน้าในการเข้าประมูลจัดซื้อจัดจ้าง 2 สัญญา และบริษัทฯ ล้มเหลวในการสกัดกั้นการจ่ายสินบนโดยนายหน้า แม้ภายหลัง โรลส์-รอยซ์ ได้ถอนตัวจากการประมูลทั้ง 2 ครั้ง
  • ในรัสเซีย โรลส์-รอยซ์ ชนะการประมูลจัดหาอุปกรณ์ให้แก่ ก๊าซพรอม (Gazprom) รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของประเทศ โดยการติดสินบนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐวิสาหกิจนี้
Image copyright PA

ผู้พิพากษาที่ตัดสินคดีนี้ในอังกฤษ เรียก โรลส์-รอยซ์ ว่าเป็น "เพชรยอดมงกุฎของภาคอุตสาหกรรมของอังกฤษ" แต่กลับมาทำความผิดครั้งใหญ่ ซึ่ง นายวอร์เรน อีสต์ ซีอีโอของบริษัทได้ออกแถลงการณ์ขอโทษว่า "พฤติกรรมที่ถูกเปิดโปงระหว่างการสอบสวนของเอสเอฟโอและหน่วยงานอื่นๆ เป็นสิ่งรับไม่ได้อย่างยิ่ง และเราขอภัยอย่างยิ่งต่อสิ่งที่ได้ทำไป... สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต แล้วถูกเปิดโปงออกมาก ไม่ได้สะท้อนถึงวิธีการทำธุรกิจของเราในปัจจุบัน"